อาการของโรคปวดหลังเรื้อรังนี้ ภาษาทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า “non-specific low back pain” หรือปวดหลังจากกล้ามเนื้อหลังและเส้นเอ็นเคล็ดยอก ซึ่งเป็นอาการที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และที่สำคัญต้องมีอุปกรณ์ช่วยพยุงหลังเพื่อช่วยรักษาอาการ
จากการสำรวจปัญหาด้านสุขภาพ พบประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ 70% มีอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ทั่วร่างกาย ที่เกิดจากการประกอบอาชีพ ดังนั้น นักศึกษาภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า ได้จัดทำโครงการนวัตกรรมเสื้อพยุงหลังผ้าทอมือเพื่อชุมชนพอเพียงโดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการวิจัยและผลิตเสื้อพยุงหลังเพื่อลดอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร เพราะลำพังรายได้ของเกษตรกร คงไม่มีเงินเหลือพอที่จะหาซื้อมาใช้ได้
พ.อ.รศ.นพ.วิโรจน์ อารีย์กุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า (วพม.) ได้ทำการเรียนการสอนนักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่ 3 และ 4 ในวิชาเวชศาสตร์ชุมชน โดยได้ลงพื้นที่ฝึกภาคสนามที่ ต.ท่ากระดาน มานานกว่า 10 ปี เพื่อดูแลเรื่องปัญหาสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ โดยให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาสุขภาพมากขึ้น
พ.อ.รศ.นพ.วิโรจน์ บอกด้วยว่า ผ้าพยุงหลังใช้ผ้าทอมือซึ่งเป็นวัสดุที่มีอยู่แล้วในชุมชน มาตัดเย็บตามมาตรฐานและรูปแบบที่คิดและพัฒนามานานกว่า 1 ปี ซึ่งเสื้อพยุงหลังจะใช้ต้นทุนรวมแล้วไม่ถึง 500 บาท โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนให้ชาวบ้านทดลองใช้ โดยได้ผลตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดีว่า ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้มาก และหากผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจเราก็จะส่งเสริมให้โรงพยาบาลต่าง ๆ นำเสื้อพยุงหลังผ้าทอมือไปใช้ให้แพร่หลาย ตลอดจนการพัฒนาไปสู่สินค้าโอทอป และคาดว่าอีก 6 เดือนจะสามารถนำเสนอเป็นรายงานวิจัยทางการแพทย์และจดทะเบียนลิขสิทธิ์ต่อไป
“เราคาดหวังว่าเสื้อพยุงหลังผ้าทอมือที่ผลิตขึ้นนี้ สามารถนำไปใช้ได้จริง อีกทั้งเราได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ผ้าพยุงหลังทอมือนี้ว่า “nonsaei” ด้วยสโลแกน ’โนนสะอิ๊ ใส่ง่าย สบายดี เพื่อชีวิตที่ดีกว่า“ เพื่อให้ผู้ใช้จดจำได้ง่ายและดูมีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งชาวบ้านสามารถผลิตจำหน่ายเพิ่มมูลค่าผ้าทอมือช่วยสร้างรายได้ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้าน ” พ.อ.รศ.นพ.วิโรจน์ กล่าว
เย็น รากกระโทก อายุ 56 ปี ชาวชุมชนบ้านนายาว ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เป็นอีกคนหนึ่งที่ปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งเมื่อก่อนเธอปวดหลังมาก ๆ ปวดมาถึงขา จนแทบจะเดินไม่ได้ พอไปหาหมอ ก็ได้ยาแก้ปวดมากิน แต่ก็ไม่หาย เมื่อกลับไปทำงาน อาการปวดก็กลับมาเหมือนเดิม แต่หลังจากที่ภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า ได้เข้ามาให้ทดลองใส่เสื้อพยุงหลังผ้าทอมือ ควบคู่กับกินยาที่หมอจัดให้ ก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้น
ขณะที่ สมชาย พุตสูงเนิน อายุ 43 ปี ชาวชุมชนบ้านนายาว ก็มีอาการปวดหลังเรื้อรังเช่นกัน เล่าว่า เขามีอาชีพทำไร่ ทำนา ปวดเอวมากเวลาทำงานหนัก ๆ แต่พอหยุดทำงานก็ไม่รู้สึกปวดเป็นอย่างนี้มานานมากไม่หายสักที แต่หลังจากที่ทดลองใส่เสื้อพยุงหลังผ้าทอมือแล้วอาการดีขึ้นมาก อาการปวดค่อย ๆ หายไป ทุกวันนี้ก็จะใส่ไปเรื่อย ๆ เพราะช่วยให้หายปวด ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาก หายปวดหลังแล้ว ชีวิตก็มีความสุข จิตใจก็สดใสมากขึ้น ไม่ต้องกังวลหรือเครียดกับอาการปวดเอวอีกต่อไป
แน่นอนว่า หลังจากช่วงวิจัยผ่านพ้นไป นอกจากจะได้เสื้อพยุงหลังราคาถูกให้เกษตรกรได้ใช้ขณะประกอบอาชีพแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านจากการผลิตเพื่อจำหน่ายในอนาคตด้วย













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.