นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายในการทำงานให้กับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศว่า จะต้องทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำไว้กับประเทศต่างๆ ทั้งหมดใหม่ ว่าเป็นประโยชน์กับไทยมากน้อยแค่ไหน เพื่อผลักดันให้เอกชนไทยเข้าไปใช้ประโยชน์
กรณีพบว่าเอฟทีเอฉบับไหนไม่เกิดประโยชน์ ไทยจะไม่เจรจาในรายการสินค้าและบริการที่เหลืออยู่ รวมถึงเอฟทีเอที่ยังเจรจาคั่งค้างด้วย เช่น เอฟทีเอไทย-เปรู ไทย-สหรัฐ ไทย-อินเดีย ไทย-EFTA ก็จะต้องทบทวนเช่นกัน หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ กระทรวงฯ จึงจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เจรจาต่อ
ทั้งนี้ การทบทวนเอฟทีเอฉบับต่างๆ ทางกระทรวงฯ จะหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความตกลงร่วมกันให้ตรงประเด็นยิ่งขึ้น เนื่องจากอยู่ในฝ่ายที่ปฏิบัติโดยตรง และผลักดันให้ภาคเอกชนไทยไปเจาะตลาดสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ
"เอฟทีเอที่เจรจาเสร็จแล้ว จะไปดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับไทย ส่วนที่ต้องเจรจาต่อก็ต้องบอกประชาชนให้ได้ว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไร หากไทยเสียเปรียบต้องยืนยันไม่ยอม และไม่เจรจาต่อ โดยต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 อย่างเคร่งครัด" นายวิรุฬ กล่าว
นอกจากนี้ จะให้มีการจัดตั้งหน่วยงานรองรับการดำเนินงานตามความตกลงเอฟทีเอ เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ วิธีการใช้ประโยชน์ ติดตามผล แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ เพื่อเป็นหน่วยงานกลาง หรือเป็นจุดวัน สต็อป เซอร์วิส ให้กับผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกและเกษตรกร ในการขอคำปรึกษา เพื่อใช้ประโยชน์จากการทำความตกลง
"ได้ขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอให้มากขึ้น โดยเน้นการกระจายให้ถึงประชาชนระดับรากหญ้า เพราะขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการมีตลาดให้ส่งสินค้าไปขายได้มากขึ้น โดยมองเห็นแต่สินค้าต่างชาติส่งเข้ามาขายในไทย จนทำให้เขาเดือดร้อน" นายวิรุฬ กล่าว
ส่วนของความร่วมมือในกรอบอาเซียนจะต้องเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2558 หรืออีก 7 ปีข้างหน้าให้ได้ เพราะตลาดอาเซียนเป็นทั้งตลาดการค้า การลงทุน ที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขัน
รวมถึงการผลักดันให้กรอบการเจรจาของอาเซียนกับกลุ่มประเทศต่างๆ เกิดผลสำเร็จในทางปฏิบัติ หลังจากดำเนินการมานานพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะการเจรจาเอฟทีเอในกรอบอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) และอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของทั้งภูมิภาค สามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นได้ด้วย













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.