Switch to: uk
23 May 2012 03:51AM

มุมมอง 7 ชาติแกนนำ WTO ที่มาข้อเสนอลดปกป้องสินค้าเกษตร

31 Jul 08 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
การประชุมรัฐมนตรีการค้า35 ประเทศ ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 8 ของการประชุม เพื่อหาข้อสรุปและความเห็นชอบจากรัฐมนตรีการค้า 35 ประเทศ ก่อนนำข้อตกลงเข้าสู่การลงความเห็นชอบโดยผู้แทนจากสมาชิก 153 ประเทศขององค์การการค้าโลก (WTO) ในคราวถัดไป

ในการประชุมรอบนี้หลายฝ่ายพยายามมองโลกในแง่ดีและเห็นว่า อย่างน้อย ได้มีความพยายามจากประเทศ ชั้นนำ ทางการค้าหลายแห่งแสดงท่าทีประนีประนอมและยินดีลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปได้ โดยไม่หยุดกลางคัน

ในความล่าช้ายังมีแสงสว่างจาก ปลายอุโมงค์ให้ได้เห็นบางว่า อย่างไรเสียการพยายามผลักดันให้เกิดการเจรจาการค้าเพื่อการพัฒนารอบโดฮามาตลอด 7 ปีนี้ยังน่าจะเดินต่อไปได้ แม้ว่าหลังการประชุมรัฐมนตรี 35 ประเทศในครั้งนี้อาจยังไม่มีการรับรองข้อตกลงร่างการค้าสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมก็ตาม

ผลที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 ก.ค.ได้ทำให้หลายประเทศเริ่มมีความหวังกลับมาอีกครั้ง โดยในการประชุม 7 ประเทศหัวหอกการค้าประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และบราซิล เห็นชอบให้แต่ละประเทศลดการปกป้องการเกษตรในกลุ่มประเทศตะวันตกหรือประเทศร่ำรวย ขณะเดียวกันก็ให้มีความยืดหยุ่นสำหรับการเข้าถึงตลาดสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนาได้สะดวกขึ้นด้วย

โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปดูจะมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ ซูซาน ซี.ชวาบ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุเมื่อคืนวันเสาร์ว่า สหรัฐยินดีลดงบฯอุดหนุนการเกษตรภายในอีก 70% ซึ่งสอดคล้องกับที่ชวาบแถลงข่าวเมื่อ วันอังคารที่ 22 ก.ค.ว่า สหรัฐพร้อมจำกัดการอุดหนุนภาคเกษตรให้ไม่เกินปีละ 1.45 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ลดลงมาจากข้อเสนอครั้งก่อนหน้าจากสหรัฐถึง 2 พันล้านดอลลาร์

ด้านสหภาพยุโรป ปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการการค้ายุโรป ประกาศเมื่อ วันจันทร์ที่ 21 ก.ค.ว่า สหภาพยุโรป จะลดการอุดหนุนการเกษตรอีก 60%

ขณะที่ล่าสุด ปาสคาล ลามี ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก เปิดเผยว่า มีข้อเสนอให้สหภาพยุโรปลดการอุดหนุนการเกษตรลง 80%

โดยภายหลังการเข้าร่วมประชุมกับ 7 ประเทศสมาชิกสำคัญ สหภาพยุโรปจึงมีท่าทีจะปรับตัวเลขลดการอุดหนุนอีก 80% ต่อปี ซึ่งท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้นของประเทศอุตสาหกรรมและมีโครงการอุดหนุนการเกษตรภายในมหาศาลเช่นสหรัฐและสหภาพยุโรปเช่นนี้ จึงทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเช่นอินเดียและบราซิลโอนอ่อนท่าทีแข็งกร้าวลงได้

คามาล นาธ รัฐมนตรีการค้าอินเดีย ยังยอมรับในระหว่างการแถลงข่าวหลังการประชุมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค.ว่า เป็นการหารือที่สร้างสรรค์ แม้จะมีบางประเด็นที่อินเดียยังไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเรื่องมาตรการปกป้องพิเศษ หรือ SSM (special safeguard mechanism) ซึ่งกำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มอัตราภาษีสินค้าเกษตรได้อีก หากมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ตามร่างข้อตกลงกล่าวถึงมาตรการนี้ว่า ในกรณีที่มีการนำเข้าสินค้าเกษตรเกิน 40% ประเทศผู้นำเข้าสามารถกำหนดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าเกินได้เพิ่มขึ้นอีกไม่เกิน 15% ซึ่งข้อตกลงนี้จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาผู้ส่งออกสินค้าเกษตรได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ อุรุกวัยและปารากวัย ซึ่งเป็น 2 ประเทศ ผู้ส่งออกอาหารออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนมาตรการนี้

ขณะเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์คำคัดค้านของอินเดียที่ระบุว่า มาตรการกำหนดปริมาณนำเข้าขั้นต่ำ 40% ในอัตราภาษี ต่ำนั้น กลับเป็นผลร้ายต่อเกษตรกรของอินเดีย

รายงานข่าวจากเดอะ การ์เดี้ยน ของอังกฤษ ตั้งข้อสังเกตท่าทีของ7 ประเทศหลักในการเจรจาครั้งนี้ โดยเฉพาะประเด็น วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความล่าช้าของการหาข้อสรุปว่า อินเดียไม่ใช่ประเทศที่ฉุดรั้งการเจรจาอีกแล้ว แต่จีนกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และเริ่มจะทำให้การเจรจามีแนวโน้มติดหล่ม โดยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของลามีที่จะต้องไกล่เกลี่ยให้การเจรจาดำเนินต่อไป

โดยสินค้าที่จีนยืนยันว่า ต้องมีการป้องกันให้กับผู้ผลิตภายในประเทศได้แก่ ข้าว ฝ้าย และ น้ำตาล ซึ่งเป็นสินค้า อ่อนไหวสำหรับประเทศกำลังพัฒนา หลายแห่งด้วยเช่นกัน

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.