นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ม.ค. 2553 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์กับไทย หลังจากรัฐสภาเกาหลีใต้ให้ความเห็นชอบพิธีสาร การเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของไทยแล้ว เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งผลของความตกลงทั้ง 2 ฉบับ จะทำให้เศรษฐกิจของไทยและเกาหลีใต้ ขยายตัวมากยิ่งขึ้น คาดว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือจีดีพีของไทย จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2% และการลงทุนจากต่างชาติ จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.8 %
ทั้งนี้ ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า จะทำให้สินค้าส่งออกสำคัญของไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เส้นด้ายอะครีลิค กากน้ำตาล คอมเพรสเซอร์ ปลาแช่แข็ง รองเท้ากีฬา และแผ่นชิ้นไม้อัด เป็นต้น
สำหรับผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ จะช่วยให้ไทยสามารถดำเนินธุรกิจบริการในเกาหลีใต้ ได้ในหลายสาขาที่ไทยมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น บริการด้านกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง บริการด้านบันเทิง และภัตตาคาร เป็นต้น
นอกจากผลประโยชน์ด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนที่ไทยจะได้รับจากเกาหลีใต้และประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้แล้ว ไทยยังมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ กว่า 19 สาขา เช่น พิธีการศุลกากร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการต่อเรือและการขนส่งทางเรือ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันและลดระดับความแตกต่างทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศในภูมิภาคนี้
ไทยเข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการค้าบริการและความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2552 และได้มีผลบังคับใช้ความตกลงทั้งสองฉบับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2552 และวันที่ 1 ต.ค. 2552 และวันที่ 6 พ.ย. 2552 รัฐสภาเกาหลีใต้ให้ความเห็นชอบการเข้าร่วมความตกลงทั้งสองฉบับของไทย ทำให้มีผลบังคับใช้กับไทยและเกาหลีใต้ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. 2553













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.