Switch to: uk
05 February 2012 21:41PM

พาณิชย์เร่งเจรจาเอฟทีเออาเซียนบวกสาม-บวกหก

05 Mar 10 ,  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
  • 0

“กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” เร่งระดมความเห็นจัดทำข้อตกลงเอฟทีเออาเซียน +3 และอาเซียน +6 พร้อมเปิดเวทีแนะใช้ประโยชน์เอฟทีเอ

 

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเตรียมแผนจัดเวทีสาธารณะ วันนี้ (5 มี.ค.) เพื่อระดมความเห็นและชี้แจงใน 2 ประเด็นหลัก คือ การจัดทำความตกลงการค้าเสรีในอนาคต ระหว่างกลุ่มอาเซียนบวก +3 (จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) และกลุ่มอาเซียน +6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจโลก และมีศักยภาพรองรับสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับโอกาสการขยายการค้าของไทย ผลประโยชน์และแนวทางรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย

 

นอกจากนี้จะต้องเร่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสนอแนะแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ที่ไทยได้ทำในกรอบทวิภาคี และกรอบอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ BIMSTEC FTA และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-ฮ่องกง เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเร่งเข้าไปใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรี

 

“เราจะบอกให้รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอกันอย่างไร แล้วก็จะได้รู้ความคิดเห็นการจัดทำเอฟทีเอกรอบอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งเอฟทีเอที่มีการเสนอให้เปิดการเจรจา คือ อาเซียน +3 และอาเซียน +6 ซึ่ง มีผลศึกษาบอกว่าถ้าอาเซียน +3 จะทำให้จีดีพีภูมิภาคขยายตัว 1.2% ถ้าอาเซียน +6 ขยายตัว 2.1% ซึ่งแต่ละกรอบก็มีความยากง่ายและประโยชน์ต่างกัน” นางนันทวัลย์ กล่าว

 

นางนัทวัลย์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาฉบับล่าสุด ครอบคลุมประเด็นการค้า การลงทุน เช่น การลดภาษีสินค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรฐานและกฎระเบียบทางเทคนิค การเปิดตลาดการค้าบริการ เป็นต้น จะมีผลบังคับใช้

 

ทั้งนี้ ผลของความตกลงฯ จะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือก ในการส่งออกสินค้าและบริการไปยังตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มากขึ้น โดยออสเตรเลียจะลดภาษีเป็น 0% สำหรับสินค้า 97% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด หรือประมาณ 5,800 รายการ ส่วนนิวซีแลนด์จะลดภาษี 0% สำหรับสินค้า 90% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมดหรือประมาณ 6,500 รายการ

 

ส่วนการเปิดเสรีของไทย ได้ยึดกรอบที่ได้มีการเปิดเสรีไปแล้ว ภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ที่ได้มีผลบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ โดยสินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มเติม เช่น กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กระเป๋าหนัง ชิ้นส่วนยานยนต์ เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.