Switch to: uk
11 February 2012 02:40AM

เกาะติดเจรจาเอฟทีเออาเซียน-อียู

28 Mar 08 ,  Than News
  • 0
ขอประกาศดังๆผ่านคอลัมน์หน้าต่างอาเซียนตรงนี้เลยว่าในระหว่างวันที่ 16-18 เมษายนที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมจัดทำความตกลงการค้าเสรี สหภาพยุโรป - อาเซียน (EU-Asean FTA) รอบที่ 4 และเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจอาวุโส ในการเปิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต รวมทั้งการดำเนินธุรกิจของคนไทยในอนาคตอันใกล้

นายฌอง-ฌาร์ค บูฟเฟลด์ ที่ปรึกษาด้านการค้าของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งประเทศไทย กล่าวว่าเป้าหมายของการเปิดเอฟทีเอระดับภูมิภาคนี้เป็นนโยบายที่อียูให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และมุ่งหวังที่จะสร้างความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ทั้งยังมีเป้าหมายร่วมกันในการให้สิทธิ์ระหว่างกันที่เหนือระดับกว่าเงื่อนไขการค้าเสรีของขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ในส่วนของการค้าสินค้า และ บริการ เช่นการจัดซื้อของรัฐบาล (Government Procurement) และ การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ในการเจรจาครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯเดือนหน้านี้จะมีการผลักดันกรอบการเจรจาด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งแวดล้อม และสิทธิ์ของผู้ใช้แรงงาน เพื่อเป็นการพัฒนายกระดับประสิทธิภาพของผู้ผลิตในอาเซียน และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนยุโรปว่าการลงทุนในประเทศอาเซียนจะได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งมีการดำเนินการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมในมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งนายบูฟเฟลด์ ยืนยันว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ใช่มาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีแต่อย่างใด

ทั้งยังเปิดเผยต่อไปอีกว่านักธุรกิจภาคบริการของยุโรปมีความพร้อมและกระตือรือร้นที่จะเข้ามาลงทุนในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย แต่ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์มากขึ้นของเอฟทีเอ อียู-อาเซียนนักธุรกิจกลุ่มดังกล่าวจึงใช้เวลาศึกษาลู่ทางการลงทุนระหว่างที่การเจรจาเอฟทีเออียู-อาเซียนกำลังดำเนินการอยู่ไปก่อน

นายบูฟเฟลด์ เชื่อมั่นว่าการเปิดเอฟทีเอจะเกิดขึ้นได้ในกรอบระยะเวลาที่ทั้งสองฝ่ายวางไว้ นั่นคือระยะเวลา 2 ปีภายหลังจากการกำหนดกรอบการเจรจาเสร็จสิ้น ที่ผ่านมาการประชุมของคณะกรรมการร่วมจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อียู ครั้งที่ 3 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ระหว่างวันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2551 ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและความคาดหวังของแต่ละประเทศที่ต้องการให้อยู่ร่วมในข้อตกลงเอฟทีเอ ได้แก่ การค้าสินค้า มาตรการสุขอนามัย อุปสรรคทางการค้า กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า การต่อต้านการฉ้อโกงทางศุลกากร มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี มาตรการเยียวยาทางการค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า การค้าภาคบริการ การลงทุน การจัดซื้อโดยรัฐบาล การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การแข่งขัน การพัฒนาที่ยั่งยืน การเคลื่อนย้ายเงินทุน และ การยุติข้อพิพาท

สิ่งสำคัญอีกประการที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกับการประชุมของคณะกรรมการร่วมจัดทำเอฟทีเออาเซียน-อียู ครั้งที่ 4 ในเดือนเมษายนนี้ ได้แก่การจัดสัมมนาหัวข้อการเปิดเสรีภาคบริการ และ โทรคมนาคม เพื่อให้ความรู้แก่ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชน เป็นการเตรียมความพร้อมของภาครัฐและเอกชนอาเซียนให้สามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหากเอฟทีเออาเซียน-อียู มีผลบังคับใช้ในอนาคตอีกไม่ไกลนัก

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.