Switch to: uk
11 February 2012 03:45AM

บางกอกเจมส์ตั้งเป้า 3 หมื่นล. ผวาอิหร่าน-สหรัฐตัดGSPทำวูบ

08 Feb 07 ,  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
 

งานบางกอกเจมส์ฯครั้งที่ 38 วางเป้าลูกค้าเทออเดอร์ 3 หมื่นล้าน ดันยอดปลายปีพุ่งกระฉูด นายกสมาคมผู้

ค้าอัญมณีไทยฯ ยังหนักอกเกรงลูกค้ามาน้อย เผยยังไม่มั่นใจเป้าส่งออกโต 20% หวั่นเหตุการณ์อิหร่านพ่น

พิษ ขณะที่ลุ้นระทึกได้ต่อจีเอสพีสหรัฐ ล่าสุดปลุกระดมสมาชิกรอบสองส่งอีเมล์อ้อนสหรัฐขอคงสิทธิได้รับ

จีเอสพี

 

นายพรชัย ชื่มชมลดา นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการ

จัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ครั้งที่ 38 ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี ระหว่าง 13-17

กันยายนศกนี้คาดจะมีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นในงานทันทีประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท และคาดจะมีคำสั่งซื้อ

ต่อเนื่องไปถึงสิ้นปีนี้ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท เนื่องจากช่วงปลายปีเป็นฤดูการซื้อขาย ปกติแต่ละปีจะมีคำ

สั่งซื้อเข้ามามากเพื่อนำไปจำหน่ายมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

 

อย่างไรก็ตามตนยังมีความกังวลว่าผู้สั่งซื้อสินค้าอาจจะเดินทางเข้ามาร่วมงานน้อย เพราะจากเหตุการณ์

เตรียมก่อวินาศกรรมเครื่องบินจากอังกฤษที่จะเดินไปสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ ลูกค้าส่วนหนึ่งอาจเกิดความกลัวและ

ไม่กล้าเดินทางซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดการสั่งซื้อได้

 

สำหรับการจัดงานบางกอกเจมส์ฯครั้งที่ 38 นายพรชัย กล่าวว่า จะมีผู้ประกอบการอัญมณีฯชั้นนำของไทย

เข้าร่วมประมาณ 1,100 บริษัท และจะมีบริษัทและองค์กรจากต่างประเทศเข้าร่วมราว 40 ประเทศ โดย

Theme (แนวคิดหลักในการจัดงาน) มีเป้าหมายหลัก 2 ประการคือ หนึ่ง การประชาสัมพันธ์ไทยเป็นศูนย์

กลางการค้าและการผลิตอัญมณีฯของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์กลางของพลอยสี และสอง ใน

การจัดงานครั้งนี้ได้รวบรวมเอาผลงานฝีมือที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมไทยด้านอัญมณีและ

เครื่องประดับที่สืบทอดมาแต่โบราณมาจัดแสดงในพาวิลเลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดของงาน ทั้งนี้เพื่อให้ต่างชาติได้

ชื่มชม และในอนาคตทางผู้ผลิตของไทยจะได้นำผลงานเหล่านี้มาประยุกต์เพื่อผลิตส่งออกต่อไป

 

นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยฯ กล่าวอีกว่า ในแต่ละปียอดการสั่งซื้อในงานบางกอกเจมส์ฯที่สมาคมฯจัด

สองครั้ง/ปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของยอดการส่งออกทั้งปี โดยในปีนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออก

ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไว้ที่มูลค่า 3,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ

ประมาณ 147,440 ล้านบาท(คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 38 บาท/ดอลลาร์) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่

20%

 

"การขยายตัวการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2549 หากขยายตัวที่ 10% ขึ้นไปก็น่าจะพอใจแล้ว

เพราะเวลานี้มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจและอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายคือ กรณีที่สหประชาชาติได้เตรียมใช้

มาตรการซึ่งยังไม่เปิดเผยกับอิหร่านกรณีการพัฒนานิวเคลียร์"

 

ทั้งนี้หากเหตุการณ์ทวีความรุนแรง และส่งผลทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/

บาร์เรลจะมีผลทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสหรัฐซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักการ

บริโภคจะชะลอตัวลง ส่งผลถึงการนำเข้าที่ลดลง ช่วง 2-3 สัปดาห์จากนี้ไปต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้

ชิด

 

นายพรชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากสถานการณ์อิหร่านที่น่าเป็นห่วงแล้ว ในเรื่องจีเอสพี(สิทธิพิเศษทางภาษี

ศุลกากร)ของสหรัฐที่อยู่ระหว่างการทบทวนให้จีเอสพีในโครงการใหม่ได้สร้างความกังวลให้กับสมาชิก

สมาคมฯ 1,300 บริษัท เพราะหากถูกตัดจีเอสพีจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกค่อนข้างมาก โดยจะมีผลทำ

ให้ความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกสินค้าอัญมณีฯไปยังสหรัฐในอนาคตมีมูลค่าลดลง จากที่ผ่าน

มาสหรัฐเป็นตลาดส่งออกหลักของสินค้าอัญมณีฯโดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการส่งออกในภาพรวม

รอบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาทางสมาคมฯได้จัดสัมมนาสมาชิกไปแล้วสองครั้ง เพื่อติวเข้มในการส่งข้อมูลไป

ยังสหรัฐให้คงสินค้าอัญมณีของไทยอยู่ในรายการที่ได้รับจีเอสพีต่อไป

 

อนึ่ง สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญใน 10 อันดับแรกของไทย ในปีที่ผ่านมามี

มูลค่าการส่งออก 129,339 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกประมาณ

30% ของการส่งออกในภาพรวม รองลงมาคือฮ่องกง อิสราเอลสัดส่วน 12 และ 11% ตามลำดับ ช่วง 7

เดือนแรกของปีนี้ส่งออกแล้วมูลค่า 80,412 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี

ก่อน ในจำนวนนี้ตลาดส่งออก 3 อันดับแรกประกอบด้วย สหรัฐ ออสเตรเลีย และฮ่องกง สัดส่วน 24, 11

 และ10% ตามลำดับ

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.