นายพรชัย ชื่มชมลดา นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการ
จัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ครั้งที่ 38 ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี ระหว่าง 13-17
กันยายนศกนี้คาดจะมีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นในงานทันทีประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท และคาดจะมีคำสั่งซื้อ
ต่อเนื่องไปถึงสิ้นปีนี้ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท เนื่องจากช่วงปลายปีเป็นฤดูการซื้อขาย ปกติแต่ละปีจะมีคำ
สั่งซื้อเข้ามามากเพื่อนำไปจำหน่ายมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่
อย่างไรก็ตามตนยังมีความกังวลว่าผู้สั่งซื้อสินค้าอาจจะเดินทางเข้ามาร่วมงานน้อย เพราะจากเหตุการณ์
เตรียมก่อวินาศกรรมเครื่องบินจากอังกฤษที่จะเดินไปสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ ลูกค้าส่วนหนึ่งอาจเกิดความกลัวและ
ไม่กล้าเดินทางซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดการสั่งซื้อได้
สำหรับการจัดงานบางกอกเจมส์ฯครั้งที่ 38 นายพรชัย กล่าวว่า จะมีผู้ประกอบการอัญมณีฯชั้นนำของไทย
เข้าร่วมประมาณ 1,100 บริษัท และจะมีบริษัทและองค์กรจากต่างประเทศเข้าร่วมราว 40 ประเทศ โดย
Theme (แนวคิดหลักในการจัดงาน) มีเป้าหมายหลัก 2 ประการคือ หนึ่ง การประชาสัมพันธ์ไทยเป็นศูนย์
กลางการค้าและการผลิตอัญมณีฯของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์กลางของพลอยสี และสอง ใน
การจัดงานครั้งนี้ได้รวบรวมเอาผลงานฝีมือที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมไทยด้านอัญมณีและ
เครื่องประดับที่สืบทอดมาแต่โบราณมาจัดแสดงในพาวิลเลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดของงาน ทั้งนี้เพื่อให้ต่างชาติได้
ชื่มชม และในอนาคตทางผู้ผลิตของไทยจะได้นำผลงานเหล่านี้มาประยุกต์เพื่อผลิตส่งออกต่อไป
นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยฯ กล่าวอีกว่า ในแต่ละปียอดการสั่งซื้อในงานบางกอกเจมส์ฯที่สมาคมฯจัด
สองครั้ง/ปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของยอดการส่งออกทั้งปี โดยในปีนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออก
ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไว้ที่มูลค่า 3,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ
ประมาณ 147,440 ล้านบาท(คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 38 บาท/ดอลลาร์) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่
20%
"การขยายตัวการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2549 หากขยายตัวที่ 10% ขึ้นไปก็น่าจะพอใจแล้ว
เพราะเวลานี้มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจและอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายคือ กรณีที่สหประชาชาติได้เตรียมใช้
มาตรการซึ่งยังไม่เปิดเผยกับอิหร่านกรณีการพัฒนานิวเคลียร์"
ทั้งนี้หากเหตุการณ์ทวีความรุนแรง และส่งผลทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/
บาร์เรลจะมีผลทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสหรัฐซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักการ
บริโภคจะชะลอตัวลง ส่งผลถึงการนำเข้าที่ลดลง ช่วง 2-3 สัปดาห์จากนี้ไปต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้
ชิด
นายพรชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากสถานการณ์อิหร่านที่น่าเป็นห่วงแล้ว ในเรื่องจีเอสพี(สิทธิพิเศษทางภาษี
ศุลกากร)ของสหรัฐที่อยู่ระหว่างการทบทวนให้จีเอสพีในโครงการใหม่ได้สร้างความกังวลให้กับสมาชิก
สมาคมฯ 1,300 บริษัท เพราะหากถูกตัดจีเอสพีจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกค่อนข้างมาก โดยจะมีผลทำ
ให้ความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกสินค้าอัญมณีฯไปยังสหรัฐในอนาคตมีมูลค่าลดลง จากที่ผ่าน
มาสหรัฐเป็นตลาดส่งออกหลักของสินค้าอัญมณีฯโดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการส่งออกในภาพรวม
รอบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาทางสมาคมฯได้จัดสัมมนาสมาชิกไปแล้วสองครั้ง เพื่อติวเข้มในการส่งข้อมูลไป
ยังสหรัฐให้คงสินค้าอัญมณีของไทยอยู่ในรายการที่ได้รับจีเอสพีต่อไป
อนึ่ง สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญใน 10 อันดับแรกของไทย ในปีที่ผ่านมามี
มูลค่าการส่งออก 129,339 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกประมาณ
30% ของการส่งออกในภาพรวม รองลงมาคือฮ่องกง อิสราเอลสัดส่วน 12 และ 11% ตามลำดับ ช่วง 7
เดือนแรกของปีนี้ส่งออกแล้วมูลค่า 80,412 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี
ก่อน ในจำนวนนี้ตลาดส่งออก 3 อันดับแรกประกอบด้วย สหรัฐ ออสเตรเลีย และฮ่องกง สัดส่วน 24, 11
และ10% ตามลำดับ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.