
งาน BIFF&BIL 2011 ภายใต้แนวคิด Influence the World จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิด และการจับคู่ทางธุรกิจเพื่อนำไปสู่โอกาสทางการค้าใหม่ ที่รวบรวมนวัตกรรมและการสร้างสรรค์การออกแบบเพื่อชูจุดแข็งและศักยภาพของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียนที่ส่งอิทธิพลต่อกระแสแฟชั่นโลก ด้วยจำนวนผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 100 รายจากประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนิเซีย ลาว พม่า และฟิลิปปินส์ รวมทั้งผู้ร่วมแสดงสินค้าจากประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน
“ในฐานะที่งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง เป็นเวทีการค้าสำคัญที่มีประวัติการจัดมายาวนานถึงกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยจำนวนผู้เยี่ยมชมงานกว่าล้านคนจากทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีกระบวนการผลิตครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ฯพณฯ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวในพิธีเปิด
งาน BIFF&BILได้รับการยอมรับว่าเป็นงานแสดงสินค้าระดับชั้นแนวหน้าของอาเซียน และในปีนี้ได้ นำเสนองานในรูปแบบใหม่บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร ในลักษณะ Fair-in-Fair ประกอบด้วย Textile Fair, Leather Fair, Designer Fair, Apparel Fair, Fashion Accessories Fair และ Machinery Fair
นอกจากการแสดงแฟชั่นโชว์ 35 รอบสำหรับ 1,200 ชุดจากคอลเลคชั่น Spring-Summer 2012 ของ แบรนด์ชั้นนำจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว ภายในงานผู้เข้าชมงานจะได้พบกับผลงานการออกแบบของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ที่ถูกจัดแสดงตลอดการจัดงาน รวมทั้งไฮไลท์อื่นๆ อาทิ Royal Project Pavilion ที่จัดแสดงในบริเวณโถงของอาคารชาเลนเจอร์ 2 / Japan Pavilion และ Thai Tex Trend (T3) ใน Textile Fair / Lingerie Pavilion Sportswear Pavilion และนิทรรศการแฟชั่นมุสลิมในส่วนของ Apparel Fair และผลงานจากผู้เข้าร่วมโครงการ Designers’ Room ใน Designer Fair เป็นต้น อีกทั้ง การจัดแสดง Fashion & Textile Trend Forum โดยสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย และงานสัมมนาสำหรับผู้อยู่ในแวดวงแฟชั่น 8 หัวเรื่องตลอด 3 วันเจรจาธุรกิจ อาทิ “Cool Mode” และ “Global Trends: AW 11/12 & Beyond” โดย WGSN รวมทั้ง โครงการ Source ASEAN Full Service Alliance (SAFSA) ที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการรวมอุตสาหกรรมจากต้นน้ำไปถึงปลายน้ำภายในกลุ่มประเทศอาเซียน เกิดจากความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน ภายใต้สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งอาเซียน (AFTEX) ที่เอื้อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ เป็นต้น

The Royal Pavilion จัดแสดงโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ นำเสนอเสื้อผ้าสำหรับคนวัยทำงาน ที่ใช้ผ้าทอมือจากโครงการศิลปาชีพเกาะเกิด ในนามคอลเลคชั่น “MYSTIQUE” Spring/Summer 2011 (By IBERD) สะท้อนให้เห็นถึงความทันสมัย หรูหรา ผสานกับความภูมิฐานแบบนักธุรกิจ
ในขณะที่ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของการจัดแสดงผลงานการทอผ้าผืนและออกแบบเสื้อผ้าสำหรับ Spring-Summer 2012 โดยผู้ประกอบการชาวไทยที่เข้าร่วม “โครงการพัฒนาผ้าผืน/เสื้อผ้าสู่ตลาดญี่ปุ่น” ภายใต้กรอบ JTEPA ที่ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจาก Ministry of Economy of Trade and Industry (METI) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้ง ภายในงาน BIFF&BIL 2011 ได้จัดแสดงชุดชั้นในและชุดกีฬาเป็นครั้งแรกจากแบรนด์ชั้นนำ ภายใต้ พาวิเลี่ยนเดียวกัน
ภายใน Sportswear Pavilion มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 36 บูธ โดยผู้ซื้อจากต่างประเทศและผู้อยู่ในวงการแฟชั่นจะได้พบกับคอลเลคชั่นชุดกีฬาของ Spring/Summer 2012 จากผู้ผลิตชาวไทย ได้แก่ บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด บริษัท ฮงเส็งการทอ จำกัด บริษัท ลิเบอร์ตี้ การ์เม้น จำกัด บริษัท นันยางการ์เม้นท์ จำกัด บริษัท ไนซ์ กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท โอเรียนตอล การ์เม้น จำกัด บริษัท ทองไทยการทอ จำกัด และบริษัท วี ที การ์เม้น จำกัด
ปัจจุบัน บริษัทที่ผลิตได้ใช้เทคโนโลยีในการผลิตอันทันสมัย ได้แก่ ‘ultra sonic’ และ ‘welding‘และผ้าที่สามารถป้องกันรังสี UV และระบายความร้อนได้ดี ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากลีกฟุตบอลดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็น เจลีก หรือลีกในยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี และสเปนรวมทั้งญี่ปุ่น ในการว่าจ้างผลิตชุดกีฬาให้กับนักฟุตบอล จึงทำให้การผลิตชุดกีฬาพัฒนาและเติบโตขึ้นมาก

ส่วนของ Lingerie Pavilion ที่เพิ่มสีสันให้กับงานในปีนี้ มีผู้ร่วมแสดงสินค้ารวม 30 บูธ พร้อมนำเสนอชุดชั้นในของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษของทั้งแบรนด์ดังต่างประเทศ และในประเทศ อาทิ แอนบรา บีเอสซี จินตนา เจ-เพรส กุลสตรี ไคล่า ซาบิน่า 3 Angels และอีกมากมาย
นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้มีโอกาสชมนิทรรศการเกี่ยวกับแฟชั่นมุสลิม ภายใต้แนวคิด “Unveil the Muslim Way of Life” นำเสนอชุดสำหรับโอกาสต่างๆ ทั้งชุดลำลอง ชุดทำงาน และชุดอาบายะห์ ออกแบบและผลิตโดยผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางชาวไทยมุสลิม เพื่อเจาะกลุ่มตลาดอาเซียนและตะวันออกกลาง อีกทั้ง ในวันที่ 22 เมษายนนี้ จะมีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาดสินค้าแฟชั่นไลฟสไตล์มุสลิม และแนวทางในการทำธุรกิจแฟชั่นมุสลิมในตลาดตะวันออกกลางและอาเซียน ภายใต้หัวข้อ “An Opportunity to Capture ASEAN & Middle East Markets”
สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้าและเครื่องหนังของไทยได้รับการยอมรับจากตลาดโลกในด้านที่มีความสร้างสรรค์ในการออกแบบ ผลิตอย่างมีคุณภาพ และราคาย่อมเยาจึงสามารถสร้างรายได้อย่างมากและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีพ.ศ. 2553 การส่งออกสินค้าสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ทำรายได้เข้าประเทศมีมูลค่าถึง 7,677 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.18 จากปี 2552 ในขณะที่ การส่งออกสินค้าเครื่องใช้เดินทาง เครื่องหนัง รองเท้า สามารถนำรายได้เข้าประเทศมีมูลค่าอยู่ที่ 1,595 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.11 และในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของปี 2554 การส่งออกสินค้าสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่ารวม 1,348.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นร้อยละ 19.53 ในขณะที่สินค้าเครื่องใช้เดินทาง เครื่องหนัง รองเท้า สามารถนำรายได้เข้าประเทศมีมูลค่าอยู่ที่ 268.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.81 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2553
งาน BIFF&BIL 2011 เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และ สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 24 เมษายน 2554 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถเลือกชมและสั่งซื้อสินค้าจากผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าได้ในวันที่ 20 - 22 เมษายน 2554 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น. และสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมงานและจับจ่ายซื้อสินค้าได้ในวันที่ 23 - 24 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น.













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.