Switch to: uk
11 February 2012 01:47AM

ยุทธการกำจัดถุงพลาสติก :ยังกวนใจนักการตลาดโลก

08 Apr 08 ,  Manager Daily
  • 0
       กระแสกดดันทางการตลาดต่อการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกแบบเกร่อและไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบทางสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนเป็นเรื่องวูบวาบ อาจไม่ใช่แค่พูดกันเล่นๆอีกต่อไป เพราะแรงบีบจากกลุ่มต่างๆต่อผู้ประกอบการยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
      
        นอกเหนือจากผู้ประกอบการแล้ว ในแต่ละวันกิจการค้าปลีกก็ได้กลายเป็นหน้าด่านที่ป้อนเจ้าถุงพลาสติกจำนวนมหาศาลสู่มือของผู้บริโภค จนมีร้านค้าปลีกรายใหญ่ๆต้องออกมาทำอะไรบางอย่าง เพื่อจะบอกว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาโลกเรื่องนี้ อย่างเมื่อไม่นานมานี้ ห้างค้าปลีกเสื้อผ้าในยุโรปชื่อเซนส์บูรี่ได้ใช้แนวคิดเชิงแฟชั่นด้วยการเปลี่ยนถุงพลาสติกให้เป็นเสื้อผ้าสวมใส่ เพื่อให้เข้ากระบวนการรีไซเคิลแทนที่จะทิ้งเกลื่อนกลาดและกำจัดไม่ได้ง่ายๆ
      
        ห้างเซนส์บูรี่ได้เปิดตัวการแสดงแฟชั่นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่ล้วนแต่ทำมาจากพลาสติกพีซีไซเคิลที่ทิ้งจากร้านค้าของตนเองซึ่งอาจมาจากผู้บริโภคหรือตามถังขยะต่างๆ โดยเฉพาะบรรดาพลาสติกที่เป็นขวดน้ำดื่มประเภทน้ำอัดลม ขวดน้ำผัก และผลไม้หรือแม้แต่ถาดพลาสติกใส่เนื้อสัตว์หรือผัก
      
        แหล่งผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุพลาสติกที่ว่านี้ผลิตจากโรงงานในยุโรปใกล้กับแหล่งที่ป้อนวัตถุดิบ เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำ โดยมีทั้งเสื้อเชิ้ต กางเกง กระโปรง และจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านค้าในเครือข่ายของกิจการไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของร้านค้าที่มีราว 500 แห่งภายในปลายปีนี้ โดยไม่ได้ชาร์จราคาเพิ่มจากราคาปกติแถมยังสวมใส่แล้วไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างจากเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ แต่อย่างใด
      
        นอกเหนือไปจากการสร้างความแตกต่างของโมเดลการทำธุรกิจเสื้อผ้า ด้วยการนำถุงพลาสติกและหีบห่อพลาสติกมารีไซเคิลและดีไซน์ให้ใช้เป็นเส้นใยผลิตเสื้อผ้าได้แล้ว ห้างค้าปลีกเสื้อผ้าเซนส์บูรี่ยังเตรียมแผนดำเนินงานในการใช้เส้นใยฝ้ายที่เป็นกลุ่มออร์แกนิค ปราศจากการเพาะปลูกด้วยสารเคมีทางวิทยาศาสตร์และผ่านการตรวจสอบว่าเป็นการค้าที่เป็นธรรมหรือ "แฟร์เทรด" ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ผลิต
      
        ผู้ประกอบการชั้นนำของโลกอีกรายที่ใส่ใจและวางตำแหน่งทางการตลาดของตนเองในกลุ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ห้าง เอช แอนด์ เอ็ม และห้างเนชต์ ก็เตรียมปรับสายการจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้าเป็นกลุ่มออร์แกนิคและแฟร์เทรดเช่นกัน
      
        ตัวอย่างของการตื่นตัวจากผู้ประกอบการหลายรายพร้อมๆกันทำให้นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญวงการแฟชั่นเสื้อผ้าเชื่อว่าเสื้อผ้าจากวัสดุรีไซเคิลไม่ใช่กระแสแฟชั่นที่หวือหวาชั่วคราว แต่น่าจะเป็นแนวโน้มที่มีนัยสำคัญและไม่อาจจะล้อเล่นได้ หมายความว่าหน้าใหม่อีกหน้าหนึ่งของการตลาดแฟชั่นโลก คือ หน้าที่เรียกว่า "กรีน พีช" หรือ "Eco Chic" นั่นเอง
      
        แนวโน้มของอีโก ชีค (Eco Chic) ที่ว่านี้เป็นความพยายามเอาวัสดุทิ้งแล้วมาเข้ากระบวนการรีไซเคิล และได้ผลผลิตออกมาในแนวคลาสิคสไตล์ซึ่งไม่ค่อยจะล้าสมัยได้ง่ายๆ มั่นใจว่าเส้นใยได้คุณภาพใส่สบายและมีอายุการใช้งานนานคุ้มค่ากับราคาที่ผู้ซื้อจ่ายออกไป
      
        การดึงเอาผู้บริโภคมามีส่วนร่วมในกิจกรรมของยุทธการกำจัดถุงพลาสติกของกิจการค้าปลีกแต่ละแห่งอาจจะมีความแตกต่างกัน อย่างห้างมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ได้ประกาศเรียกเก็บเงิน 5 เพนนีจากลูกค้าที่ซื้ออาหาร ที่ใช้หีบห่อพลาสติกบรรจุเพื่อนำไปใช้ในโครงการกระตุ้นจิตสำนึกให้ลดละปริมาณการใช้หีบห่อพลาสติกแบบไร้ความจำเป็นและขาดความรับผิดชอบและเพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับห้างนี้ในโครงการพัฒนาหีบห่อที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมในอนาคต
      
        ดูเหมือนว่าแนวโน้มทางการตลาดในอนาคตของถุงพลาสติกน่าจะมาจากการริเริ่มและแสดงความเอาใจใส่จากผู้ประกอบการร้านค้าปลีกมากกว่ามาจากผู้บริโภคเอง
      
        กระนั้นก็ตามผู้บริโภคทั่วโลกคงต้องถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยการตัดสินใจทางเลือกในการซื้อให้ดีใหม่ว่า หากอยากได้หีบห่อสินค้าพลาสติกที่บรรจุแบบสวยงามก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็นค่าพัฒนาหีบห่อแบบ "กรีน แพกเกจ" ไม่เช่นนั้นก็ยอมปรับพฤติกรรมการขนส่งสินค้าด้วยถุงผ้าที่นำติดตัวไปด้วยแทน แต่กว่าผู้คนจะทำใจใส่เสื้อผ้าจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลได้ บรรดาดีไซน์เนอร์และนักออกแบบแฟชั่นคงต้องใช้ความพยามมิใช่น้อยพร้อมทั้งแคมเปญโปรโมชั่นที่ต่อเนื่องทีเดียว

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.