นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2551 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.6% เพิ่มเป็น 5.1% หรืออยู่ในกรอบ 5-5.5%
ปัจจัยหลักมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งและการเมืองมีเสถียรภาพ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการในประเทศ ตลอดจนนักลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลต่อทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านการบริโภคและการลงทุนน่าจะปรับตัวดีขึ้นครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ นโยบายการใช้งบประมาณขาดดุลของรัฐบาล วงเงิน 1.66 ล้านบาท และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ จะช่วยกระตุ้นและสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐ กิจไทยได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลก โดยเฉพาะสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และทรงตัวในระดับต่ำ ทำให้ไทยยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย รวมทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรมีราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
"ครึ่งปีแรกการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ครึ่งปี หลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากการลงทุนของภาครัฐ เอกชน และการบริโภคในประเทศ" นาย ธนวรรธน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 5.1% ก็ต้องอยู่ภายใต้สมมติฐานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 85-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30-32 บาท/เหรียญสหรัฐ
นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 4.8% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 2.3% เนื่องจากปีนี้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 1 บาท/ลิตร ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.15-0.2%
ด้านนายสุวิสุทธิ ศิริวัฒนกุล อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าการบริโภคภายในประเทศจะขยายตัว 3.4% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การลงทุนขยายตัว 7.3% เนื่องจากนักลงทุนในและต่างประเทศมั่นใจภาวะเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรมจะขยายตัว 4.1% จากราคาสินค้าที่สูงขึ้น
สำหรับการส่งออกไตรมาสแรกขยายตัว 16.9% มูลค่า 3.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และค่าเงินบาทในระยะสั้น 3 เดือน จะอยู่ที่ระดับ 31.2-31.7 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนครึ่งปีหลังอยู่ที่ 30-31 บาท/เหรียญสหรัฐ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.