ในช่วงปี 2546 - 2551 ที่ผ่านมา การค้าไทย - เอเชียใต้มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 4,369.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยปีละ 27.42% ไทยส่งออกไปภูมิภาคนี้ประมาณ 4,357.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชร อัญมณี สินแร่โลหะต่างๆ น้ำมัน เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรกล ด้ายและเส้นใย เป็นต้น ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เม็ดพลาสติก เหล็ก รถยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ วิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์ และผ้าผืน เป็นต้น
ถึงจะมีประชากรรวมเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ตลาดในเอเชียใต้ที่มีศักยภาพในขณะนี้มีเพียง
3 ประเทศ คือ อินเดีย (เป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีประชากรจำนวนมาก มีอำนาจการซื้อมากกว่า 300 ล้านคน สามารถกระจายสินค้าส่งออกที่หลากหลาย ทั้งคุณภาพและราคา) ปากีสถาน และบังกลาเทศ (มีประชากร
ฐานะดีมากกว่า 20 ล้านคน จากทั้งหมด 150 ล้านคน) และยังมีอุปสรรคทางการค้า อาทิ นักธุรกิจไทยยังขาดข้อมูล ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด การใช้มาตรการภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร พิธีการศุลกากรยังมีความยุ่งยากล่าช้า ทัศนคติของผู้ประกอบการไทยที่ยังขาดความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ความไม่มั่นคงของสถานการณ์ทางการเมือง
ไทยมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้ากับกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เช่น การขยายการส่งออกสู่ตลาดใหม่ของกระทรวงพาณิชย์เพื่อทดแทนตลาดคู่ค้าเดิมของไทย มองอินเดียเป็นประตูการค้าสู่เอเชียใต้ การจัดตั้ง Regional Hub คณะทำงานภูมิภาคเอเชียใต้-อินเดีย (India Hub) ให้ความสำคัญกับประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพ อาทิ จัดตั้งกลไกความร่วมมือทางการค้าในภาครัฐ (Joint Trade Committee/Joint Commission: JTC/JC) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน จัดทำเขตการค้าเสรีกับอินเดีย จัดทำเขตการค้าเสรี Bimstec เป็นต้น
จากการที่อินเดียเคยเป็นเมืองอาณานิคมของอังกฤษ ทำให้คนอินเดียนิยมสินค้านำเข้า นอกจากนี้คนในเอเชียใต้ โดยเฉพาะอินเดียเห็นว่าสินค้าไทยมีคุณภาพเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าที่ผลิตในประเทศอินเดีย และราคาไม่แพง จึงนิยมบริโภคสินค้าของไทย ปัจจุบัน การค้าไทย - อินเดียยังมีไม่มากนัก โอกาสของสินค้าไทยและธุรกิจไทยที่จะไปทำจึงยังมีอีกมาก
สิ่งสำคัญในการทำตลาดในอินเดีย คือ ต้องรู้ว่าจะขายอะไร รู้จักปรับทัศนคติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการค้าระหว่างไทย - อินเดีย มีความอดทนอดกลั้นต่ออุปสรรคต่างๆ (การเจรจากับนักธุรกิจอินเดียต้องใช้ความอดทน) และรู้จักพลิกวิกฤติเป็นโอกาส
กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์มีบริการฝึกอบรมโครงการนักส่งออกอัจฉริยะให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่สนใจจะทำตลาดในเอเชียใต้ หรือตลาดในภูมิภาคต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์และปรับกลยุทธ์การค้าระหว่างประเทศด้วย













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.