Switch to: uk
23 May 2012 04:38AM

เสียงจริงนักธุรกิจส่งออกหืดจับ

26 Mar 09 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

เกาะติดส่งออกไทยผ่านไตรมาสแรกยังสาหัส ผู้ส่งออกตัวจริงเสียงจริงประสานเสียงหืดจับ ผลประกอบการลดทั้งปริมาณและมูลค่า ยกเว้นอาหารแปรรูปที่พอไปไหว ผู้ส่งออกแป้งมันเผยผู้นำเข้าใช้เทคนิคสั่งซื้อสินค้ารูปแบบใหม่เปิดประมูลซื้อหวังเทียบราคาจากผู้ขายหลายราย แถมแค่จีนแง้มตลาดแห่ดัมพ์ราคาขายกันอุตลุดหวังระบายสต๊อก

สถานการณ์การส่งออกของไทยจากข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุเป็นทางการ ว่า 2 เดือนแรกของปี 2552 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีมูลค่าส่งออก 22,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาที่ส่งออกได้ 27,508 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวลดลงร้อยละ 19 แต่กระทรวงพาณิชย์ยังยืนยันเป้าหมายส่งออกที่อัตราเดิม คือ ขยายตัวร้อยละ 0-3 (มูลค่า183,177 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ด้วย 5 มาตรการเร่งด่วนเพื่อผลักดันการส่งออกนั้น "ฐานเศรษฐกิจ" สำรวจผู้ประกอบการส่งออก ในช่วงที่กำลังจะครบไตรมาสแรกของปี โดยผู้ส่งออกส่วนใหญ่ยังหวังสูงสุดแค่รักษายอดส่งออกไม่ให้ต่ำลงเท่านั้น

++สำปะหลัง ยุโรปเหือดจีนลูกเล่นพราว
โดยนายทศพล ตันติวงษ์ ประธานกรรมการบริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ยอดขายของบริษัทไตรมาสแรกปีนี้หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาลดลงไปประมาณ 30-40% เพราะว่าคำสั่งซื้อโดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปแทบจะหายไปเลย ประกอบกับรัฐบาลได้เข้ามาแทรกแซงราคาหัวมันสดซึ่งเป็นวัตถุดิบแป้งมันสำปะหลังในราคาสูง คือที่กก.ละ 1.80-2.20 บาท จึงทำให้ผู้ประกอบการซื้อวัตถุดิบราคาดังกล่าวมาผลิตแป้งมันส่งออกไม่ได้ เนื่องจากราคาแป้งมันจะสูงผู้ซื้อไม่ยอมรับราคา

สำหรับตลาดส่งออกแป้งมันสำปะหลัง ขณะนี้เริ่มดีขึ้นบ้าง โดยจีนเริ่มเปิดตลาดสั่งซื้อ เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โรงงานกระดาษของจีนซึ่งเป็นผู้ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบได้เริ่มสั่งซื้อ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ผู้ซื้อมีรูปแบบการสั่งซื้อใหม่ จากเดิมเจรจากับผู้ขายที่คุ้นเคยกัน หรือสอบถามจากผู้ขายเพียง 2-3 รายเพื่อเปรียบเทียบราคากันแล้วสั่งซื้อเลย แต่เวลานี้ผู้ซื้อจีนใช้วิธีเปิดประมูลซื้อ เพื่อให้ผู้ขายเสนอราคาขายแข่งกันเอง ซึ่งก็ตัดราคากันอย่างรุนแรง เพื่อเร่งระบายสต๊อกออก เพราะที่ผ่านมาตลาดเงียบมาก แม้จะได้ราคาต่ำกว่าทุนถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯก็เอา

++ยางพาราได้จีนต่อลมหายใจ
ด้านนายหลักชัย กิตติพล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)(บมจ.) ผู้ส่งออกยางแท่งและยางแผ่นรมควันรายใหญ่ กล่าวว่ายอดขายของบริษัทไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะทำได้ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,320 ล้านบาท (คำนวณที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะราคายางลดลงถึง 50%จากตันละ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปีนี้เหลือตันละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากยอดขายไตรมาสแรกดังกล่าว ทำให้พอจะประมาณการยอดขายทั้งปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่ทำยอดขายได้ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

"ทิศทางตลาดส่งออกยางพาราเริ่มดีขึ้นบ้างแต่ยังไม่มาก โดยได้อานิสงส์จากตลาดจีน ที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมยางรถยนต์ในจีนเริ่มมีการสั่งซื้อ ราคายางส่งออกที่เคยลงไปต่ำสุดตันละ 1,050 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นมาเป็นตันละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ"

++ส่งออกข้าวเงียบเหงา
ขณะที่นายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานบริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ กล่าวว่าบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดส่งออกข้าว 16-17% ของปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศ ซึ่งปีนี้ทั้งปีภาพรวมทั้งประเทศคาดว่าจะส่งออกได้ 8.5-9 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมาส่งออกได้ 10 ล้านตัน ยอดส่งออกของบริษัทจะลดลงไปตามยอดภาพรวมของประเทศ แต่มูลค่าคาดว่าจะลดลงไปมาก เนื่องจากราคาข้าวปีนี้ลดลงกว่าปีที่แล้ว กล่าวคือข้าวขาวปีที่ผ่านมาเคยขึ้นไปสูงถึงตันละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปีนี้อยู่ที่ 600 กว่าดอลลาร์สหรัฐฯ

"ตลาดส่งออกข้าวปีนี้ผู้บริโภคไม่ได้ตื่นตระหนก จนแห่ซื้อข้าวเหมือนปีที่ผ่านมา แถมอินเดียที่เคยหยุดส่งออกข้าวเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ประกาศให้ขายได้ในรูปของรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ปริมาณ 2 ล้านตัน ประกอบกับตลาดข้าวปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา และการแข่งขันระหว่างผู้ส่งออกด้วยกันเองสูงมาก เพราะฉะนั้นถึงสิ้นปีคาดว่ายอดขายของบริษัทลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า เช่นเดียวกับภาพรวมงประเทศ"

++เสื้อผ้าสำเร็จรูปขยายตัวติดลบ
นายสมบูรณ์ เจือเสถียรรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท ไทยการ์เมนต์ เอ็กซปอร์ต จำกัด กล่าวว่า การส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของบริษัทในเดือนมกราคม 2552 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมียอดขายที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเดือนกุมภาพันธ์มีอัตราการขยายตัวลดลงเกือบ 40% และตัวเลขในเดือนมีนาคมเชื่อว่า จะยังขยายตัวลดลงต่อเนื่อง ทำให้ผลประกอบการของบริษัทช่วงไตรมาสแรกยังขยายตัวเป็นลบ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับเหตุผลหลักที่ทำให้การส่งออกของบริษัทขยายตัวติดลบช่วงไตรมาสแรก สืบเนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกของบริษัทสัดส่วนกว่า 90% อยู่ในภาวะที่ถดถอยส่งผลกระทบทำให้คนทำงานตามออฟฟิศต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท (ไทยการ์เมนต์ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์เนมส่งออก) ตกงานกว่า 10 ล้านคน ทำให้มีกำลังซื้อที่ลดลง มีผลให้ในเดือนมีนาคม

ล่าสุดบริษัทได้ปรับลดพนักงานลงอีกกว่า 1,200 คน เหลือพนักงานตัดเย็บ และพนักงานรายเดือนอยู่ราว 6,500 คนในเวลานี้ "ตัวเลขการส่งออกของบริษัทในเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงเมษายนคงติดลบแน่นอน และทั้งปีนี้เบื้อง ต้นคาดจะติดลบประมาณ 4-5% จากปีที่ผ่านมามียอดส่งออก 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ภาพรวมการส่งออกเครื่องนุ่งห่มในปีนี้ เบื้องต้นคาดจะขยายตัวเป็นลบ ส่วนตัวเลขจริงจะติดลบมากน้อยแค่ไหนคงต้องรอดูคำสั่งซื้อช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงพีกของการสั่งซื้อว่าจะเป็นอย่างไร

++อัญมณีทรงตัวเจาะวีไอพี
นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด ผู้ส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทช่วงไตรมาสแรกคาดจะอยู่ในภาวะที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือมียอดขายประมาณ 350 ล้านบาท เป็นผลจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การขายโดยขายตรงให้กับกลุ่มลูกค้าวีไอพีในต่างประเทศที่ยังมีกำลังซื้อสูงมากขึ้น จากเดิมมุ่งลูกค้ากลุ่มค้าปลีกเป็นหลัก ขณะที่ในการจัดงานบางกอกเจมส์ฯ ของไทยในปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีลูกค้าจากยุโรปและรัสเซียเดินทางเข้ามาสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทเพิ่มขึ้น

ส่วนระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-2 เมษายนศกนี้ บริษัทจะเดินทางไปร่วมออกบูธในงานบาเซิล แฟร์ ที่สวิตเซอร์แลนด์ คาดจะได้ออร์เดอร์กลับมาจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคมบริษัทมีแผนจะจัดงาน Thank You Party สำหรับลูกค้าในประเทศ โดยจะเชิญแขกระดับวีไอพี 200-300 คนมาร่วมงาน เพื่อชมและซื้อสินค้าที่เป็นคอลเลกชันใหม่ ๆ ของบริษัท เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยให้ยอดขายในไตรมาสที่สองยังทรงตัวอยู่ ส่วนในไตรมาสที่สามเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงพีกซีซันของการซื้อขาย การส่งออกของบริษัทน่าจะปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าทั้งปีจะยังสามารถรักษาระดับยอดขายไว้ได้เท่ากับปีที่แล้ว คือประมาณ 7,000 ล้านบาท ส่วนภาพรวมการส่งออกอัญมณีทั้งประเทศในปีนี้มีแนวโน้มที่ไม่ดีนัก ยกเว้นการส่งออกทองคำที่ยังขยายตัวได้ดีจากการเก็งกำไรส่งออก

++กุ้ง-ทูน่าได้อานิสงส์ลูกค้าประหยัด
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทรูบิคอน และบริษัท ซีแวลู จำกัด ผู้ส่งออกสินค้ากุ้งและทูน่ากระป๋องรายใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้ากุ้งของกลุ่มรูบิคอน และยอดขายทูน่ากระป๋องของซีแวลูอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนในไตรมาสที่ 2 เชื่อว่าการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากสินค้าของบริษัทส่วนใหญ่ลูกค้านำไป ขายปลีกตามซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งขณะนี้ผู้บริโภคเริ่มประหยัดและนิยมซื้อสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตไปรับประทานหรือปรุงรับประทานที่บ้าน แทนการไปรับประทานนอกบ้านมากขึ้น ส่วนสถานการณ์การสั่งซื้อตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้นดังนั้นจึงเชื่อว่าการส่งออกสินค้ากุ้งของรูบิคอนในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2551 อย่างต่ำ 10% (ยอดขายปีที่แล้ว 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ส่วนยอดขายทูน่าของซีแวลูจะขยายตัว 10-15% (ปีที่แล้วส่งออก 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.