นายเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยถึงการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไปตลาดสหรัฐในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2552 ว่าลดลง 29.19% มูลค่า 502.93 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขปรับลดลงอย่าง มาก โดยสาเหตุหลักสำคัญส่วนหนึ่งเป็นเพราะไทยเริ่มเสียเปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด โดยผู้ส่งออกไทยมีต้นทุนจากอัตราภาษีนำเข้าตลาดสหรัฐที่ค่อนข้างสูงถึง 17-35% โดยหากเป็นกลุ่มผ้าฝ้ายต้องเสียภาษีนำเข้าระหว่าง 17-19% ขณะที่เครื่องนุ่งห่มจากใยสังเคราะห์มีอัตราภาษีนำเข้าระหว่าง 27-35% ขณะที่ประเทศคู่แข่งบางประเทศที่ได้ทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับสหรัฐมีอัตราภาษีเพียง 10%
"ผมมองว่าการทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี หรือแม้แต่การได้รับสิทธิพิเศษภาษีศุลกากร หรือจีเอสพี เป็นแต้มต่อในการส่งออกของทุกประเทศ ตอนนี้การส่งออกไปตลาดสหรัฐลดลงถึง 28% ขณะที่การส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรปปรับลดลงน้อยกว่า ไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 0.3% ในจำนวนนี้ไทยใช้สิทธิจีเอสพี 53-54% ของการส่งออกไปอียู ภาพรวมผมยังห่วงว่าอนาคตไทยจะแข่งขันกับหลายประเทศอย่างไร เพราะขณะนี้บังกลาเทศโชคดีที่ภาษีนำเข้าสหรัฐเป็น 0% ส่วนลาวและกัมพูชากำลังเติบโตได้ดีในตลาดอียู ส่วนจีนควรจะแยกออกไปเพราะจีนมีนโยบายทั้งเรื่องคืนภาษีส่งออกและค่าเงินหยวนที่ได้เปรียบกว่าประเทศอื่น" นายเดชกล่าว
ขณะนี้ไทยควรหันมาให้ความสำคัญในการสร้างเครือข่ายประเทศในอาเซียน ซึ่งกำลังจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะส่งผลดีต่อภาพการผลิตทำให้ประเทศในอาเซียนสามารถเคลื่อนย้ายทุน แรงงาน และวัตถุดิบภายในอาเซียน เพราะใช้เป็นฐานการผลิตและฐานการตลาดได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าญี่ปุ่นเล็งเห็นศักยภาพของอาเซียนจึงได้หันมาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต โดยได้ทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจทั้งกับไทย (JTEPA) และอาเซียน (AJCEP) ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
ด้านนางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมจะจัดทำระบบออนไลน์ในการติดตามการใช้สิทธิ ป้องกันปัญหาสวมสิทธิส่งออกเพราะมีความเป็นห่วงกรณีที่สหภาพยุโรปประกาศตัดสิทธิจีเอสพีของหลายประเทศ ในปี 2552-2554 เช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย และบราซิล ทำให้มีการคาดหมายว่าสินค้าดังกล่าวอาจจะทะลักเข้าไทยเพื่อมาสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าไทยเพื่อส่งออกไปสหภาพยุโรป
ปัญหาการแอบอ้างสิทธิต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ทางอียูเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) รถยกของจากจีน 47% ทำให้มีผู้ส่งออกบางรายฉวยโอกาสนำสินค้าดังกล่าวมาแอบอ้างแหล่งกำเนิดสินค้าไทย เพื่อสวมสิทธิส่งออกจากไทยไป โดนเรียกเก็บภาษีนำเข้า 47% แทน
ทั้งนี้รายการสินค้าที่สหภาพยุโรปตัดสิทธิจีเอสพี ประกอบด้วยสินค้า 13 รายการของจีน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ พลาสติกและยางพารา เครื่องหนัง ไม้และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ รองเท้า ของที่ทำด้วยหิน อัญมณีและเครื่องประดับ โลหะสามัญและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน นาฬิกาและอุปกรณ์ ทางการแพทย์ และกล้องถ่ายรูป เวียดนามถูกตัดสิทธิสินค้าหมวดรองเท้าและหมวก อินโดนีเซียและมาเลเซียถูกตัดสิทธิสินค้าหมวดไขมันหรือน้ำมันจากพืชและสัตว์ อินเดียถูกตัดสิทธิสิ่งทอ และบราซิลถูกตัดสิทธิสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งทั้งหมดนี้ไทยจะต้องเฝ้าติดตามตัวเลขการส่งออกอย่างใกล้ชิด













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.