Switch to: uk
05 February 2012 21:55PM

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยช่วยเอสเอ็มอีได้กว่าหมื่นราย

17 Feb 10 ,  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • 0

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเผยผลงานรอบ 4 เดือน สร้างและพัฒนาเอสเอ็มอีถึง 10,487 ราย เน้นนโยบายเสริมสร้างผู้ประกอบการ - พัฒนาองค์กรธุรกิจ - บริการปัจจัยสนับสนุน มุ่งสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน

_นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ให้การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SMEs) ซึ่ง รวมถึงวิสาหกิจชุมชน หรือ OTOP ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ที่เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเจริญก้าวหน้า อย่างยั่งยืน โดยได้กำหนดแนวทางการทำงานไว้ 3 ด้าน คือ “เสริมสร้างผู้ประกอบการ พัฒนาองค์กรธุรกิจ และบริการปัจจัยสนับสนุน” ซึ่งในปีงบประมาณ 2553 ได้กำหนดแผนและโครงการในการส่งเสริม SMEs ไว้ รวม 17 โครงการ วงเงินงบประมาณ 616 ล้านบาท

จากการติดตามผลการดำเนินงานรอบ 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 – มกราคม 2553) นับว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนได้รับการพัฒนาในด้านต่าง ๆ จำนวน 10,487 ราย  กระจายไปทั่วประเทศ ดังนี้

งานด้านแรก การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ (Entrepreneurs) มี เป้าหมายดำเนินการ ในปี 2553 จำนวน 9,880 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 7,000 ราย ผู้ประกอบการรายเดิม จำนวน 2,880 ราย  กรณีผู้ประกอบการใหม่  มุ่งที่จะสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานความรู้ เป็นกำลังเสริม เป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย ในยุคที่ต้องใช้พื้นฐานทางความรู้ ต้องสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือที่เรียกผู้ประกอบการพันธุ์ใหม่นี้ว่า Technopreneur ในกรณีที่ 2 คือ พัฒนาผู้ประกอบการเดิมที่ทำธุรกิจอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยประเมินจุดอ่อน จุดแข็งของตัวตนของผู้ประกอบการ แล้วจึงส่งต่อเข้ากระบวนการ Workshop เพื่อ เติมเต็มความรู้ใหม่ ๆ วิธีการบริหารจัดการใหม่ ๆ  ให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก  เพื่อลดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งที่เอื้ออำนวยต่อการต่อสู้โลดแล่น ในโลกการค้าเสรี  ในช่วงตุลาคม – มกราคม ที่ผ่านมาได้อบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่แล้ว จำนวน 2,000 ราย และได้พัฒนาทักษะ ขีดความสามารถผู้ประกอบการเดิม จำนวน 2,155 ราย โดยดำเนินการผ่านโครงการต่าง ๆ  เช่น  โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC , New Entrepreneur Creation) โครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.) โครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน (CIMED) เป็นต้น

ด้านที่ 2. การพัฒนาองค์กรธุรกิจ (Enterprise) เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร การปรับปรุงพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์  เทคโนโลยีการผลิต การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ รูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการคน การผลิต การตลาด การเงิน การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และระบบมาตรฐานการจัดการต่าง ๆ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาปรับใช้ในกิจการทั้งด้านการผลิต การจัดการ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นมิตรกับชุมชน ตลอดจนการผลักดันให้ธุรกิจอุตสาหกรรมหลอมรวมตัวกันในรูปแบบคลัส เตอร์ (Cluster) โดย ดำเนินการผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการ แข่งขัน (MDICP) โครง การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยด้วย IT (ECIT) โครงการส่งเสริมนวัตกรรมอุตสาหกรรม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมรายสาขาด้วยระบบ Lean Manufacturing โครงการ พัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Cluster) โครงการ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท (สอช.) ในปี 2553 มีเป้าหมายปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน จำนวน 2,253 กิจการ และพัฒนาบุคลากรในสาขาอุตสาหกรรมต่าง ๆ จำนวน 5,530 ราย ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ได้ให้บริการปรึกษาแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานไปแล้ว จำนวน1,321 กิจการ และพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในกิจการ SMEs จำนวน 2,266 ราย

และงานด้านที่ 3. การให้บริการปัจจัยสนับสนุนการ ประกอบการ ประกอบด้วย การสนับสนุนด้านข้อมูลสารสนเทศ  ปรึกษาแนะนำเบื้องต้นในการดำเนินธุรกิจ  การให้บริการวิเคราะห์สินค้าและผลิตภัณฑ์  อาทิ การวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพเซรามิก  และอุตสาหกรรมเครื่องเรือน  รวมทั้งการให้บริการศูนย์เครือข่ายบริการทดสอบวิเคราะห์วิจัยด้าน อุตสาหกรรม  โดยตลอดระยะเวลา 4 เดือน ได้ให้บริการไปแล้ว จำนวน 2,240 ราย คาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณจะสามารถให้บริการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 4,200 ราย

กสอ. ได้รับงบประมาณเพื่อทำงานทั้ง 3 ด้าน จำนวน 616 ล้านบาท แยกเป็นงบเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ 229 ล้านบาท งบด้านการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรธุรกิจ 300 ล้านบาท และงบด้านการให้บริการปัจจัยสนับสนุน 87 ล้านบาท

นายอาทิตย์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวถือเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้น การพัฒนาผู้ประกอบการในระดับ SMEs ให้มีความพร้อม มีทักษะ และประสบการณ์สำหรับแก้ไขปัญหาทุก ๆ ด้าน ได้อย่างตรงประเด็น เสมือนเป็นการสร้างฐานสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เข้มแข็งในระยะ ยาว  ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับภาคอุตสาหกรรมไปสู่การสรรค์ สร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนานวัตกรรม   ไม่ว่าด้วยการพัฒนากระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ มีความแตกต่าและมีลักษณะเฉพาะ สอดคล้องกับทิศทางและรสนิยมของตลาดเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน  พร้อมทั้งรักษาและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.