Switch to: uk
11 February 2012 02:13AM

จากแคตวอล์กสู่ไฮเวย์ ยุคเทรนด์แฟชั่นบอกเทรนด์สีรถยนต์

18 Jan 08 ,  Prachachat
  • 0

เป็นเรื่องน่าศึกษามากๆ สำหรับนักออกแบบรถและนักออกแบบเสื้อผ้าที่ต้องการทราบว่า ปีนี้สีไหนมาแรง แล้วใครที่บอกว่า เรื่องรถยนต์กลไกเป็นเรื่องของผู้ชาย แต่เรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์การแต่งกายเป็นเรื่องผู้หญิงเท่านั้น ยิ่งถือว่าคับแคบและไร้มุมมองมากๆ

เชื่อหรือไม่ว่า ในแต่ละรอบของฤดูกาลที่เหล่านักออกแบบเสื้อผ้าหรือคนที่เราเรียกว่า ดีไซเนอร์ จัดแฟชั่นโชว์แต่ละที ผู้เข้าชมงานแสดงเสื้อผ้า คอลเล็กชั่นใหม่นอกจากจะเป็นคนในวงการแฟชั่นและเหล่าคุณผู้หญิงช่างแต่งตัวแล้ว ยังมีนักออกแบบรถยนต์รวมอยู่ในกลุ่มคนดูแถวหน้าด้วย รายงานจากเดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล ระบุว่า แฟชั่นโชว์แต่ละครั้งเป็นเสมือนสัญญาณแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้เฉดสีของเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ในแต่ละรอบการผลิตกันเลยทีเดียว เพราะในการแสดงแบบเสื้อผ้าประจำฤดูกาลจะมีทั้งบรรณาธิการแฟชั่น ผู้ซื้อรายย่อย คนดัง ช่างภาพและนักออกแบบรถยนต์เข้ามาจับจ้องดู รูปแบบการนำเสนอผลงานของดีไซเนอร์ พร้อมกับจดบันทึกในเรื่องเฉดสี สไตล์ของการออกแบบและเทรนด์ที่ดีไซเนอร์เสนอออกมา เพื่อเสนอต่อตลาดหรือผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ขณะที่นักออกแบบเสื้อผ้าทำงานชุดใหม่และขะมักเขม้นกับการเตรียมงานแฟชั่นโชว์ประจำฤดูใบ้ไม้ร่วง ปี 2008 ทีมงานผู้ผลิตรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นจากค่ายฟอร์ด เจเนอรัล มอเตอร์ และโฟล์กสวาเกน ต่างก็กำลังเลือกสรรเฉดสีที่คิดว่า ผู้บริโภคต้องการให้ใช้เป็นสีรถยนต์ในการผลิตรถยนต์รุ่นปี 2554 หรือหลังจากนั้น "บริษัทผลิตรถยนต์ต่างๆ ได้ให้ความสนใจและใส่ใจกับเรื่องสีมากเป็นพิเศษ เพราะบริษัทเหล่านี้ รู้ดีว่า การเลือกสีได้ถูกใจผู้บริโภคย่อมส่งผลให้ยอดการจำหน่ายรถยนต์ดีขึ้น และในด้านตรงข้าม หากเลือกสีรถผิด เท่ากับทำให้ยอดขายรถตกได้ด้วยเช่นกัน" โดยเฉลี่ยแล้ว สีที่ได้รับการผสมและทำขึ้นมาใหม่มักจะใช้เวลาสำหรับการพัฒนาและทดสอบการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้นการทำงานที่เริ่มต้นมาอย่างยาวนาน เช่นในกรณีรถปิกอัพ เอฟ-150 จากฟอร์ด ที่ได้ออกแสดงตัวอย่างเป็นทางการ ภายหลังได้รับการปรับโฉมทดลองสีใหม่ในงานดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ในสัปดาห์นี้ จึงเป็นครั้งแรกที่ได้อวดโฉมสีรถ ซึ่งมีสีใหม่ 2 สีได้แก่ "เรด แคนดี้" และ "อัมเบอร์ โกล์ด" ที่นักออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากโค้ตสีแดงวาวและเสื้อสีเหลืองเมทัลลิกบนแคตวอล์กเมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง เรื่องนี้ได้รับคำยืนยันจากปากของหัวหน้า นักออกแบบสีของบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จอน ฮอลล์ ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องไปนั่งดูแฟชั่นโชว์และติดตามความเคลื่อนไหวในวงการออกแบบทั้งเสื้อผ้าและรถยนต์เป็นประจำ ได้กล่าวว่า แฟชั่น โชว์แต่ละครั้งหรือแต่ละฤดูเป็นเวลาที่ทำให้เราเกิดความมั่นใจและยืนยันกับเราว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ของเราในอนาคตจะเดินไปในทางไหน หรือมีรูปแบบ สีสันอย่างไร ไม่เพียงเท่านี้ ฮอลล์ยังคิดว่า ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงในโลกแฟชั่น บริษัทรถยนต์ ยังต้องการเห็นถึงแนวโน้มของเทรนด์รอบใหม่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลงานของดีไซเนอร์มาวิเคราะห์ถึงเฉดสีที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค กลุ่มใหญ่ แม้ว่าในต้นทศวรรษ 2000 สีน้ำตาลจะมีบทบาทโดดเด่นและสร้างความแตกต่างไปจากความนิยมในสีดำ เมื่อดีไซเนอร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นวาเลนติโน่ ดอนนา คาราน อีฟ แซงต์ ลอเรน และคนอื่นๆ ต่างกรูกันเข้ามาใช้สีน้ำตาลสำหรับเสื้อผ้าที่แต่ละคนออกแบบ ไม่ว่าจะออกมาในโทนของสีของช็อกโกแลต ทอฟฟี่ คาราเมล แต่เมื่อถึงปี 2550 สีที่ได้รับความนิยม ใช้แต่งแต้มบนเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ได้รับความนิยม จากนักออกแบบเสื้อผ้าเมื่อต้นทศวรรษ 2000 กลับถูกนำมาใช้เป็นสีของรถยนต์ที่ได้รับการนิยมมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดบนในเวลานี้คือ รถยนต์ SUV รุ่น "Buick Enclaves" จากค่ายเจเนอรัล มอเตอร์ ซึ่งผลิตออกมาใช้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ยังใช้สี "โกโก้ เมทาลิก" ออกเป็นน้ำตาลมันวาว ขณะที่รถมินิ คูเปอร์ คลับแมน รุ่นปี 2009 จากค่ายบีเอ็มดับเบิลยูยังใช้สี "ฮอต ช็อกโกแลต" ซึ่งในความรู้สึกถึงเฉดสีน้ำตาลอบอุ่น ดูหรูหรา สบายตามาช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับรถยนต์ นอกจากนี้ สีส้ม ก็เป็นอีกหนึ่งสีที่ได้รับการนำมาใช้ในช่วงหลังปี 2000 มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีส้มจากผลส้มจีนหรือสีส้มเฉดผลลูกพลับต่างได้รับความสนใจนำมาใช้งานจากดีไซเนอร์ชื่อดังหลายราย อาทิ โค้ตของดีไซเนอร์ชาวเบลเยียม ไดร์ส แวน โน้ต เสื้อคลุมตัวสั้นผ้าไหมจากพราด้า สูทจากมาร์ค จาคอป และกระเป๋าถือจากโคลเอ้ ลามมาถึงสี "Blazing Copper" หรือสีทองสว่างไสวที่ใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ในโมเดลเอดจ์และเอสเคปของฟอร์ดในปี 2550 การเลือกใช้สีสำหรับรถยนต์และเทรนด์สีมีผลต่อยอดจำหน่ายรถยนต์อย่างไร เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้จากรายงานของดูปองเมื่อปี 2540 ซึ่งพบว่า ผู้บริโภค 39% พร้อมจะเปลี่ยนยี่ห้อรถยนต์ที่ตั้งใจจะซื้อ หากพวกเขาหรือเธอหาสีที่ถูกใจในรถยี่ห้อนั้นๆ ไม่ได้ ส่วนตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์บุชค์ เอนคลาฟจากจีเอ็มในสีโกโก้ เมทาลิกยังมียอดขายสูงถึง 25% จากรถยนต์รุ่นเดียวกันในสีอื่นๆ ขณะที่สีส้มเพลิงหรือสีบลาซิง คอปเปอร์ในรถยนต์รุ่นเอดจ์จากฟอร์ดก็ขายดีมีส่วนแบ่งถึง 10% ในปี 2550 เทรนด์สีที่ล้ำสมัยไม่ว่าจะเป็นโทนน้ำตาลหรือ สีส้มต่างเป็นสีที่ คริส เวบบ์ หัวหน้านักออกแบบ สีและเทรนด์จากจีเอ็มระบุว่า ทั้งสองสีเป็นสิ่งที่ เราได้เห็นจนชินตาในอุตสาหกรรมของเราและได้เพิ่มมากขึ้นในวงการแฟชั่น แต่คุณต้องดูด้วยว่า สีเหล่านี้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับความสนใจ มากน้อยอย่างไรหรือไม่ด้วย ยิ่งในยุคที่ เจน ฮาร์ริงสัน ผู้จัดการฝ่ายรูปแบบสีจากบริษัท พีพีจี อินดัสตรี้ ผู้ผลิตสีสำหรับรถยนต์ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการและรู้จักสีเฉดต่างๆ มากขึ้นกว่าอดีต ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องศึกษาการใช้สีในเครื่องใช้ต่างๆ ของ ผู้บริโภคด้วย เพราะถ้าไปดูที่กลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน จะพบว่า สีของเครื่องซักผ้าจะเป็นสีแดงหรือน้ำเงินที่สว่างมากขึ้น แต่ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งก็ยังยินดีจะซื้อสินค้าในสีเทาหรือสีน้ำตาล ซึ่งได้รับความนิยมมาตั้งแต่หลายปีก่อน แล้วเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย เมื่อค่ายรถยนต์เริ่มเปลี่ยนมาจับกระแสเทรนด์การใช้สีจากเวที แคตวอล์กมาใส่บนตัวถังรถยนต์ เพื่อสร้างสีสันให้กับท้องถนน และเติมความหลากหลายให้กับชีวิต ผู้ใช้รถให้ไม่ต้องติดอยู่กับสีพื้นๆ เช่น ขาว เงิน ดำ เทา น้ำเงิน แดง เท่านั้นอีกต่อไป

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.