นางอรรชกา บริมเบิล สีบุญเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ปัญหาซับไพรม์ของสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของอุตสาหกรรมเป็นรายสาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ อาหาร เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านี้พึ่งพาตลาดสหรัฐเป็นตลาดส่งออกหลัก คาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสแรกปีนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปหลังจากนี้คือ ปัญหาดังกล่าวจะกระทบไปยังประเทศอื่นๆ ที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทยด้วยหรือไม่ เช่น จีน ในฐานะนำเข้าวัตถุดิบจากไทยไปผลิตสินค้า ส่งไปยังตลาดสหรัฐ หากการส่งออกของจีนชะงัก ทางไทยก็จะชะงักตามไปด้วย ซึ่งปลายไตรมาสแรกก็พอจะทราบทิศทางแล้วว่าจะเป็นอย่างไร
นางอรรชกา กล่าวต่อว่า ในภาพรวมเชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากกระทบเฉพาะรายสาขา ในภาพรวมถือว่ายังคงรับมือได้ เพราะส่วนหนึ่งความเชื่อมั่นต่อสหรัฐยังอยู่ในเกณฑ์ดี
ทั้งนี้ หากแยกพิจารณารายอุตสาห กรรมพบว่า อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวลดลงในปี 2551 ได้แก่ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ที่คาดว่าปีนี้มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 10-12% ลดลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัว 46.72% เนื่องจากราคาทองคำ ซึ่งเป็นวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น และปัญหาซับไพรม์ในสหรัฐทำให้การผลิตขยายตัวเพียง 1-2%
ด้านอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งพิมพ์ปีนี้คาดว่ามูลค่าส่งออกจะขยายตัว 19% ลดลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัวถึง 715% เนื่องจากปีที่ผ่านมามีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมูลค่าสูง ขณะที่การผลิตคาดว่าขยายตัว 20% จากการที่ไทยเตรียมความพร้อมจะเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ในอาเซียน ภาครัฐจึงเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่
การส่งออกไก่แช่แข็งและไก่แปรรูป คาดว่าจะขยายตัว 5-10% ลดลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัว 25.27%
สาเหตุการส่งออกลดลง เนื่องจากปัญหาเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้แข่งขันด้านราคากับประเทศอื่นๆ ได้ลำบาก ตลอดจนผู้นำเข้าหลายๆ ประเทศมีรูปแบบกีดกันทางการค้าใหม่ๆ และมีการระบาดของไข้หวัดนกเข้ามาฉุดการบริโภค
นอกจากนี้ การส่งออกอาหารในภาพรวมคาดว่าจะขยายตัว 7.9% ลดลงจากปีที่แล้วที่ขยายตัว 13.3% ส่วนการผลิตจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 16% จากปีที่แล้ว
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคาดว่าการส่งออกจะขยายตัว 10% ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แม้ผู้ประกอบการจะเผชิญกับปัญหาซับไพรม์ แต่ได้มีการเตรียมหาตลาดใหม่รองรับไว้แล้ว ทั้งตลาดอาเซียนและตลาดสหภาพยุโรป (อียู) เพราะก่อนหน้านี้ก็ประสบปัญหาถูกจีนแย่งตลาดไปค่อนข้างมาก เนื่องจากจีนได้เปรียบเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ
สำหรับการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้วคือ 12% เนื่องจากตลาดรองรับมีค่อนข้างหลากหลายกว่าสินค้าอื่น และฝีมือในการผลิตของไทยค่อนข้างดี สินค้าที่ผลิตได้มีคุณภาพตรงตามเกณฑ์ที่ผู้ซื้อกำหนด













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.