Switch to: uk
23 May 2012 05:11AM

การปรับกลยุทธ์ของญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแฟชั่น

12 Feb 08 ,  Than News
  • 0
ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมากประเทศหนึ่ง มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศถึงปีละกว่า 1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลถึงปีละกว่า 77,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สร้างรายได้หลักให้ประเทศ

ส่วนมากเป็นสินค้าด้านอุตสาหกรรมหนักและเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล แผงวงจรอิเลคทรอนิคส์ อุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ในระยะหลัง รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น(METI) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่นภายใต้ Japan's Brand Strategy เพื่อผลักดัน Fashion Brands ของญี่ปุ่นสู่ตลาดโลก โดยล่าสุดได้เข้าร่วมงานแสดงแฟชั่นระดับโลก ได้แก่ Paris Fashion Week 2008 (Spring/Summer) ซึ่งในเวทีนี้ ได้เห็นบทบาทของประเทศเอเชียหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และไทย นอกจากนั้น METI ยังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัด Japan Fashion Week เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องนุ่งห่ม โดยจัดปีละ 2 ครั้ง คือฤดูใบไม้ผลิ และ ฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

จากสถิติการนำเข้า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2550 ญี่ปุ่นนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปรวมมูลค่าสูง ถึง 9,014.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากปีก่อน 0.86% สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากฝ้าย และจากเส้นใยประดิษฐ์ โดยจีนมีส่วนแบ่งในตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปญี่ปุ่นกว่า 80 % ในขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 1% เท่านั้น ซึ่งหากญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการสร้าง fashion brand ของตนเอง ก็จะสามารถช่วยลดปริมาณนำเข้าเสื้อผ้าจากต่างประเทศและยังเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้อีกด้วย

แต่อุปสรรคก็คือขณะนี้ประเทศในเอเชียที่เป็นฐานผลิตเสื้อผ้า brand name ดังๆ ของยุโรป ต่างก็พยายามพัฒนาทักษะการผลิตและสร้าง brand ของตนไปด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นยังต้องเผชิญกับกลยุทธ์ทางการตลาดของเสื้อผ้าbrand name จากยุโรปที่พยายามส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์สินค้าตนในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ผู้บริโภคนิยมสินค้า brand name มากและมีกำลังซื้อสูง

การทำ JTEPA ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นนั้น ก็มีกรอบโครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวมอยู่ด้วย ซึ่งหากพิจารณาจากนโยบายJapan's Brand Strategyแล้ว การที่ไทยจะได้รับการช่วยเหลือจากญี่ปุ่นทั้งด้านเทคนิคและการตลาดเพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทยมายังตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ไทยกับญี่ปุ่นสามารถร่วมมือกันได้ในการสร้างสรรค์ผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การร่วมทุนสร้าง Brand Name เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก รวมถึงตลาดญี่ปุ่นเอง

โดยใช้จุดแข็งของทั้ง 2 ประเทศในการสร้าง brand มีไทยเป็นฐานการผลิต เนื่องจากมีแรงงานทักษะฝีมือดีที่ค่าแรงไม่สูง มีการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และได้ญี่ปุ่นช่วยดูแลในด้านเทคโนโลยีการผลิต การบริหารการผลิต การตรวจสอบสินค้า หากมีการร่วมมือกันได้เช่นนี้ ก็น่าจะทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอทั้งของไทยและญี่ปุ่นประสบผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.