Switch to: uk
23 May 2012 05:16AM

โละทิ้งแบรนด์เสื้อผ้า-ชุดว่ายน้ำไม่รุ่ง

06 Mar 08 ,  Post Today
  • 0
เซ็นทรัลเทรดดิ้งโละสินค้าแบรนด์ไม่เกิด ล่าสุดยุบ 2 แบรนด์ชุดว่ายน้ำ หันโฟกัส เจนเซ่น หวังเบียดที่ 2 ชิงตลาด 2 พันล้าน

นายวราวุธ มัทนพจนาถ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง ในกลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือซีเอ็มจี กล่าวว่า นโยบายการทำตลาดของซีเอ็มจีในปีนี้ จะเน้นเฉพาะแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการขยายตลาดได้ โดยล่าสุดได้ยกเลิกการทำตลาดชุดว่ายน้ำ 2 แบรนด์ ได้แก่ ไวท์ แซนด์ และทีวายอาร์ ลิขสิทธิ์จากสหรัฐอเมริกา เหลือเฉพาะเจนเซ่นที่ทำตลาดมาแล้ว 25 ปี

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทยกเลิกทำตลาดสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้ารวม 10 แบรนด์ จากทั้งหมด 65 แบรนด์

การหันมาโฟกัสเฉพาะชุด ว่ายน้ำแบรนด์เดียวคือ เจนเซ่น นั้น เพื่อให้สามารถทำตลาดได้อย่าง เต็มที่ โดยในปีนี้จะมุ่งปรับภาพลักษณ์สินค้าใหม่ด้วยการเน้นให้เป็นสินค้าแฟชั่นมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มอายุ 18-25 ปี จากลูกค้าเดิม คือ กลุ่มอายุ 25-40 ปี

นอกจากนี้ ยังให้ ซินดี้-สิรินยา บิชอร์ป มาเป็นดีไซเนอร์ออกแบบชุดว่ายน้ำในคอลเลกชัน ซินดี้ ฟอร์ เจนเซ่น เพื่อเน้นสินค้าแฟชั่นรับ กับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายด้วย

"การขยายฐานมาเจาะลูกค้าวัยทีน เริ่มตั้งแต่นักศึกมหาวิทยาลัย จนถึงเริ่มต้นทำงาน เพราะกลุ่มนี้ชอบเปลี่ยนแฟชั่นอยู่ตลอดเวลาและตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าฐานลูกค้ากลุ่มเดิม" นายเฉกชาย ผดุงกาญจน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังพบว่า หลังจากที่เจนเซ่นเน้นสินค้าในกลุ่มแฟชั่น ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% ขณะที่ตลาดรวมชุดว่ายน้ำมูลค่า 2 พันล้านบาท ขยายตัว 10-12%

สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่า เจนเซ่นจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 20% เป็น 30% ส่งผลให้ขึ้นเป็นที่ 2 จากเดิมอยู่ในอันดับ 3 ส่วนผู้นำตลาดอันดับ 1 ได้แก่ ไทรอัมพ์ ที่มีส่วนแบ่งอยู่ประมาณ 40%

ปัจจุบันตลาดชุดว่ายน้ำแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ มีมูลค่า 600 ล้าน บาท/ปี กลุ่มส่งออกมูลค่า 900 ล้านบาท กลุ่มท้องถิ่น 150 ล้านบาท และกลุ่มนำเข้า 350 ล้านบาท

กลุ่มชุดว่ายน้ำที่ขยายตัว ได้แก่ กลุ่มลิขสิทธิ์ต่างประเทศและแบรนด์ในท้องถิ่นที่ขยายตัวในตลาดระดับบีและซี ขณะที่ตลาด นำเข้าชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อจะไม่กลับสู่ภาวะปกติ

นายเฉกชาย กล่าวว่า การปรับภาพลัษณ์สินค้าให้เน้นแฟชั่นมากขึ้น จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคเพิ่มปริมาณการซื้อปกติผู้บริโภคจะเปลี่ยนชุดว่ายน้ำทุกปี

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังจะทำให้สัดส่วนยอดขายจากกลุ่มแฟชั่นเป็น 60% ขณะที่เป็นกลุ่มเบสิก 40% จากเดิมปีที่แล้วสัดส่วนของกลุ่มเบสิกอยู่ที่ 60% โดยปีนี้ ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 120 ล้านบาท และเพิ่มงบการตลาดจาก 3 เป็น 5% จากยอดขาย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.