เวทีนี้ยังเปิดโอกาสให้นักออกแบบไทยได้แสดงผลงานบนเวทีแฟชั่นที่ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งเพิ่มทางเลือกให้นักช็อปชาวไทยอีกด้วย ตลอด 10 ปีที่จัดแฟชั่นโชว์ก็ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ สำหรับปีนี้จัดระหว่างวันที่ 21-23 มี.ค. ณ เซ็นทรัลเวิลด์
10 โชว์ 3 วัน ที่จะเกิดขึ้น ล้วนเป็นโชว์ของนักออกแบบผู้ที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นไทย ได้แก่ "ไข่" โดย สมชาย แก้วทอง "27 ฟรายเดย์" โดย ชนะชัย จรียะธนา "ฮุค'ส บาย ประภากาศ" โดย ประภากาศ อังศุสิงห์ Asava โดย พลพัฒน์ อัศวะประภา และ มรุวุตม์ บูรณศิลปิน โคลเซท เรด คาร์เปท โดย มลลิกา เรืองกฤตยา ณัฏฐ์ มั่งคั่ง พิสิลา ลีกิจวัฒนะ ศุภกัญญา ตฤปต์วรรธนะ ซีเนด้า ทีโอรี โดย ชนิตา ปรีชาวิทยากุล กฤษฎา เลขะกุล Tipayaphong poosanaphong โดย ทิพยพงษ์ ภูษณะพงษ์ AB-Normal โดย ทวีศักดิ์ สมานจิตร Zenithorial โดย อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ และ สเรทซิส โดย พิมพ์ดาว สุขะหุต
กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารแอล ประเทศไทย เล่าถึงความพิเศษของ แอล แฟชั่น วีก ครบรอบ 10 ปี ในปีนี้ รวมทั้งแนวทางอนาคตวงการแฟชั่นไทยไว้อย่างน่าฟัง
10 ปี ยกระดับนักออกแบบไทย
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของงานแอล แฟชั่น วีก กุลวิทย์ โต้โผใหญ่การจัดงานบอกว่า ความแตกต่างในปีที่ 10 ไม่ใช่รูปแบบของการจัดงาน แต่คือความชัดเจนของนักออกแบบไทย ความรวมตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อน ตลอดจนภาพลักษณ์ของนักออกแบบไทยชัดเจนขึ้น อีกทั้งงานแอล แฟชั่น วีก ได้เป็นเวทีสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ๆ ให้กลายเป็นนักออกแบบมืออาชีพ มีห้องเสื้อเป็นของตัวเอง เช่น สเรทซิส อิชชู บูดัวร์ ซึ่งนักออกแบบเหล่านี้ล้วนผ่านโชว์ผลงานในโชว์ "แอล แฟชั่น วีก" มาแล้วทั้งสิ้น
"ความเปลี่ยนแปลงตลอด 10 ปี คือ ธุรกิจเสื้อผ้าของเมืองไทย มีนักออกแบบไทยทำเสื้อผ้าที่เป็นอินเตอร์เนชันแนลได้อย่างชัดเจน ซึ่งตรงจุดประสงค์ของงานแอล คือ ยกระดับนักออกแบบไทย และเรามุ่งมั่นสร้างยังดีไซเนอร์ใหม่ทุกๆ ปี เพื่อเข้ามาเป็นพลังงานใหม่ๆ ให้กับวงการนักออกแบบไทย เพื่อทำให้วงการนี้น่าตื่นเต้นขึ้น" นักออกแบบรุ่นใหม่ๆ ที่ว่า กว่าจะได้มาโชว์ผลงานในงานไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเฟ้นหาและอาศัยหูตาที่กว้างไกล
"ทุกปลายปีเราจะปั้นยังดีไซเนอร์ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งใครได้ผ่านเวทีนี้ ถือว่าเก่งพอตัว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ภูมิใจที่สุด ที่มีส่วนผลักดันยังดีไซเนอร์ออกสู่ตลาดแฟชั่นไทย ให้มีห้องเสื้อเป็นของตัวเอง และมีเวทีโชว์ผลงานที่สร้างสรรค์ออกมา อย่าง ทิพยพงษ์ ยังดีไซเนอร์เมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้เขามีโชว์ใหญ่ เราอยากเปิดโอกาสให้นักเรียนด้านแฟชั่นมาดูกันเยอะๆ และเขาจะได้ดูแฟชั่นโชว์ที่เต็มรูปแบบและเป็นอินเตอร์เนชันแนล"
10 แบรนด์ 10 โชว์
การจัดแฟชั่นโชว์แต่ละปีย่อมมีอุปสรรค อุปสรรคแรกคือ การหาสปอนเซอร์ แต่นักออกแบบก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประสบผลสำเร็จมากขึ้น ร่วมทั้งนักสื่อสารมวลชนที่เผยแพร่ทำให้งานเป็นที่รู้จักและจับตามอง
สำหรับการจัดงานในคราวนี้ใช้เงินเกือบ 20 ล้านบาท แต่ปลายปีรับรองว่าเกิน 20 ล้านบาทแน่ เพราะด้วยจำนวนโชว์และวันที่มีมากกว่า "การจัดงานแต่ละครั้งต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก เราก็ต้องใช้วิธีสลับสับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม แต่สิ่งที่เราไม่ยอมเลยคือ มาตรฐานในการจัดงานยังคงมีอยู่ทุกๆ ปี เราไม่มีวันลดระดับเวที แสงสีเสียงของเราโดยเด็ดขาด และนักออกแบบทุกคนก็ไว้วางใจทีมงาน"
แอล แฟชั่น วีก 2008 ที่จะเกิดขึ้นตรงกับฤดูสปริง/ซัมเมอร์ ประกอบด้วยโชว์ 3 วัน 10 โชว์
"นิตยสารแอล เพิ่งทำโชว์ 2 ครั้ง มา 2 ปี นักออกแบบจึงทำงานไม่ทัน ประกอบกับมีงานแฟชั่นโชว์ประชันกันหลายงานในช่วงนี้ แต่เราไม่หนักใจ เพราะเรามีวิธีคัดเลือกนักออกแบบแต่ละคนซึ่งเป็นหัวกะทิในวงการแฟชั่นไทยทั้งนั้น ช่วงปลายปีเราจึงจะมีโชว์ของยังดีไซเนอร์ออกมาให้เห็น" และที่สำคัญสิ่งที่ผู้คนในวงการแฟชั่นเมืองไทยจะได้เห็นก็คือ เทรนด์ของนักออกแบบไทยระดับท็อปเทนของประเทศ
"แต่ละโชว์ตลอด 3 วัน จะมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน เช่น แฟชั่นโชว์ของ ไข่ กูตูร์วงการแฟชั่นไทย ซึ่งไม่มีใครคาดเดาได้ หรือ Asava ของ พลพัฒน์ อัศวะประภา และมรุวุตม์ บูรณศิลปิน ร่วมทั้งโชว์อื่นๆ ก็น่าจับตามองเช่นกัน"
สร้างระบบให้วงการแฟชั่นไทย
10 ปี ที่ดูเหมือนเวลาชั่วพริบตาเดียว บรรณาธิการบริหารนิตยสารแอล ประเทศไทย มองย้อนไปถึงการพัฒนาวงการแฟชั่นไทยว่า วงการแฟชั่นไทย มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้น อีกทั้งเขาอยากจะสร้างระบบให้ผู้บริโภค รวมทั้งนักออกแบบทำงานอย่างมีฤดูกาลเหมือนต่างประเทศที่มีฤดูเป็นตัวกำหนด คือ สปริง ซัมเมอร์ และออทัมน์ วินเทอร์ ซึ่งต่อไปวงการแฟชั่นไทยจะมีความชัดเจนที่มากขึ้น
"แฟชั่นโลกจะถูกกำหนดด้วยฤดูกาล แฟชั่นโชว์ที่เดินในงานแอล ช่วงเดือน มี.ค. ร่วมทั้งสินค้าที่วางจำหน่ายก็จะเป็นฤดูกาล ผู้บริโภคก็จะรู้ว่า เดือน มี.ค.จะเป็นเดือนที่วางสินค้าใหม่ๆ ของฤดูสปริงซัมเมอร์ คนทำหนังสือก็จะนำเสื้อผ้าช่วงสปริงซัมเมอร์ไปถ่ายแบบ" ถือเป็นการจัดการสร้างระบบของวงการแฟชั่นไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากปัจจุบันนักออกแบบไทยบางคนไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าเพื่อจำหน่ายในเมืองไทย เนื่องจากตลาดเสื้อผ้าในเมืองไทยอิ่มตัวมากแล้ว
"10 ปีที่ผ่านมาวงการแฟชั่นไทยเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก นักออกแบบรุ่นใหม่ไม่ได้คิดแค่ว่าจะทำเสื้อผ้าออกมาขายในช็อปที่เมืองไทย แต่เขาทำจำหน่ายในระดับอินเตอร์เนชันแนล และมีเอเจนซีช่วยจำหน่ายเสื้อผ้าระดับโลก ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จพอสมควร นี่คือรูปแบบธุรกิจแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถ้าเอกชนไม่มีใครจัดแฟชั่นโชว์ขึ้น ก็ไม่ช่วยกระตุ้นแฟชั่นไทย ดูอย่างโครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น ก็ล้มไม่เป็นท่า เราเป็นบริษัทเอกชนที่อยากเห็นการเจริญเติบโตของวงการแฟชั่นเมืองไทย ก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง"
อนาคตแฟชั่นเมืองไทย
เมืองไทยจะเป็นเมืองแห่งแฟชั่นได้หรือไม่ กุลวิทย์ บอกว่า ต้องใช้เวลา "จริงๆ เราไม่สามารถเรียกตัวเราเองได้ว่า กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น ต้องให้ต่างประเทศยอมรับว่าเราจะเป็นเมืองแฟชั่น มิลาน ปารีส ไม่ได้เป็นเมืองแฟชั่นภายในระยะเวลา 10 ปี ผมอยากให้รัฐบาลไทยเห็นความสำคัญของธุรกิจแฟชั่น และอยากให้รัฐบาลให้แรงสนับสนุน
เมืองไทยได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีแฟชั่นวีกมากที่สุดในโลก เนื่องจากไม่มีรัฐบาลเป็นคนกลางที่จะจัดงานนี้ขึ้นมา เอกชนก็เลยกระจัดกระจายจัดขึ้น และผิดจุดประสงค์ไปหมด จริงๆ แฟชั่นวีกคือการร่วมสุดยอดดีไซเนอร์ของประเทศนั้นๆ นำเสนอเทรนด์หรือแนวทางของแฟชั่นประเทศไทย ที่ต้องการนำเสนอและบอกสู่โลกว่า นี่คือเทรนด์ของประเทศไทย นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ และต้องชัดเจน" กุลวิทย์ เล่า พร้อมทั้งบอกว่า สิ่งที่เขาอยากเห็นในวงการแฟชั่นต่อไปคือ นักออกแบบไทยทำงานร่วมกับนักการธนาคารและโรงงานอุตสาหกรรม 3 กลุ่มร่วมกันพัฒนาธุรกิจแฟชั่นไทยไปสู่ตลาดโลกอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องและไม่สะดุด
บรรณาธิการบริหารนิตยสารแอล ทิ้งท้ายว่า เขามั่นใจในตัวนักออกแบบไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เป็นที่สองรองใคร หากแต่ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐบาล ในขณะที่ภาคเอกชนก็ไม่สามารถทำเองได้ ต้องมีกลยุทธ์ด้านการตลาดที่ชัดเจนมากกว่า เมืองไทยจึงจะก้าวเป็น "กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น" ได้ในอนาคต
เรื่อง : วราภรณ์
3 วัน 10 โชว์
"แอล แฟชั่น วีก 2008 สปริง/ซัมเมอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์"
วันศุกร์ที่ 21 มี.ค. 2551
19.30 น. Kai
21.00 น. 27 Friday
วันเสาร์ที่ 22 มี.ค. 2551
16.30 น. Hook's by Prapakas
18.00 น. Asava
19.30 น. โคลเซท เรด คาร์เปท
21.00 น. Senada theory
วันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 2551 16.30 น. Tipayaphong poosanaphong
18.00 น. AB-Normal
19.30 น. Zenithorial
21.00 น. Sretsis













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.