Switch to: uk
23 May 2012 05:20AM

วัฒนธรรมและโลกร้อน 2 กระแสขับเคลื่อนแฟชั่นเอเชีย

09 Sep 08 ,  กรุงเทพธุรกิจ / ธนภัทร คงศรีเจริญ
  • 0
วัฒนธรรมเอเชีย และกระแสโลกร้อน 2 บิ๊กเทรนด์แฟชั่นที่สมาชิก Asia fashion federation (AFF) เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นแรงขับเคลื่อนแฟชั่นซีกโลกเอเชียในอนาคต

เหล่าบรรดากูรูทางด้านแฟชั่นดีไซน์ที่พาเหรดกันร่วมงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ "Today asian fashion lifestyles" ของสมาชิก Asia fashion federation (AFF) ซึ่งประกอบด้วย ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จีน สิงคโปร์ และไทย ในงาน Bangkok international fashion fair and Bangkok international leather fair 2008 หรือ BIFF&BIL 2008  ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า  วัฒนธรรมเอเชีย  และกระแสโลกร้อนหรือโกลบอล วอร์มมิ่ง เป็นบิ๊กเทรนด์ที่ได้รับความนิยม  ทั้งในเอเชีย ลามไปถึงฝั่งยุโรปและอเมริกา

โดยเฉพาะเทรนด์จากประเทศญี่ปุ่น ที่วันนี้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลกับกระแสแฟชั่นของโลกไปแล้ว

"คูมิโกะ ทาคาโนะ"  บรรณาธิการของ Parco city magazine  ประเทศญี่ปุ่น  นิตยสารออนไลน์  Across  ที่จัดทำผลสำรวจสตรีทแฟชั่น และไลฟ์ คัลเจอร์ของวัยรุ่นญี่ปุ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง บอกว่า ทีมงานจะเข้าไปสำรวจการแต่งกายของวัยรุ่นในย่านชั้นนำของญี่ปุ่น  เช่น  ฮาราจูกุ  และชิบูย่า  เป็นต้น  โดยกำหนดหัวข้อการสำรวจไว้เหมือนเดิมทุกๆ เดือน เพื่อสังเกตว่าพฤติกรรมการแต่งตัวของวัยรุ่นเหล่านั้นว่าเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

ผลการสำรวจล่าสุดที่ทำขึ้นในเดือนสิงหาคม 2551 พบว่า แฟชั่นของวัยรุ่นญี่ปุ่นผู้หญิงนิยมสวมใส่เดรสที่มีลวดลาย ทั้งลายหมากรุกและลายดอกไม้ 

เธอ  บอกว่า  จากการสำรวจในย่านชิบูย่า วัยรุ่นนิยมสวมเดรสกว่า 23%  และสวมเสื้อผ้าลวดลายกว่า 27%  โดยเกณฑ์มาตรฐานความนิยมที่ทางนิตยสารจัดทำขึ้นอยู่ที่ 13%  หากถึงเกณฑ์แสดงว่าเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนั้น 

โดยหนึ่งในข้อมูลที่ค้นพบจากการสำรวจก็คือ เทรนด์นิยมที่ว่ามาแรงในแต่ละเดือนนั้นจะเริ่มคลายความนิยมลงเรื่อย ๆ ในเดือนถัดไป

จากการสำรวจในโตเกียว ยังพบว่า  การสวมชุดยูคาตะ หรือกิโมโนในช่วงหน้าร้อนของวัยรุ่นญี่ปุ่น กลับเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากวัยรุ่นยุคใหม่ แตกต่างจากอดีตตรงที่คนรุ่นใหม่วันนี้นิยมนำลวดลายและสีสันสดใสน่ารักมาตัดชุด ประดับประดาด้วยเครื่องประดับเพื่อให้ดูทันสมัยยามสวมใส่ 

โดยธรรมชาติแฟชั่นของวัยรุ่นญี่ปุ่น มักขึ้นชื่อเรื่องการมิกซ์แอนด์แมทช์  เด็กสาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความมั่นใจในสไตล์ของตนเองเป็นอย่างมาก จากการตอบแบบสอบถามเด็กสาวญี่ปุ่น  บอกว่า  การแต่งตัวก็เหมือนการรับประทานอาหารกลางวัน  ซึ่งสื่อถึงการเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวได้ทุกวันตามที่ใจต้องการ

กิโมโนหรือยูคาตะของญี่ปุ่น  ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้กับคอลเลคชั่นใหม่ของ  Roberto Cavalli คอลเคลชั่นในปี 2552 ด้วย

ส่วนประเทศที่ก้าวสู่โลกแฟชั่น จีน นำจุดขายเรื่องวัฒนธรรมที่มีมายาวนาน เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนแฟชั่นของประเทศเช่นกัน  โดยเฉพาะลวดลายลวดลายบนชุดราชวงศ์ในสมัยโบราณ  ที่เรามักเห็นอยู่ในห้องเสื้อแฟชั่นระดับสูงในฝั่งยุโรป  เช่น ลายมังกรบนคอลเลคชั่น FW 2002/23 ของ John Galliano และคอลเลคชั่น FW 2007/08 ของ Balenciaga  เป็นต้น

 "วู  ไห่ยั่น"  อาจารย์จาก Textile and fashion school,China academy of arts. บอกว่า  วัฒนธรรมของจีนมีความเข้มแข็ง  หากวันใดที่จีนขยับก็เชื่อว่าจะส่งผลต่อเอเชียและกระแสโลกด้วย  ซึ่งจากการเปิดประเทศทำให้คนจีนในปัจจุบันเปิดรับแฟชั่นจากประเทศจากฝั่งยุโรปมากขึ้น  จากในอดีตที่อาจรับเทรนด์มาจากแค่ไต้หวันและฮ่องกง 
 
เธอบอกว่าคนจีนในปัจจุบันใช้ชีวิตหรูหรามากขึ้น  จึงไม่น่าแปลกใจที่หากคนจีนจะมองหาสินค้าแฟชั่นที่หรูหรา หรือแบรนด์เนม  แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในยุคเริ่มต้นเท่านั้น

"แม้คนจีนจะมองหาสินค้าที่มีภาพลักษณ์หรูหรา  แต่ขณะเดียวกันกระแสของความเชื่อเรื่องเดินทางสายกลางก็ได้รับความนิยมจากคนจีนด้วย"

กระแสดังกล่าวจะส่งผลต่อการออกแบบสินค้าแฟชั่นของโลกเอเชีย ที่เน้นการออกแบบให้ดูเรียบง่าย (Simply) สไตล์มินิมัลลิสม์  เช่นนิกายเซนในญี่ปุ่นเคยจุดกระแสมาแล้วในอดีต

ส่วนประเทศผู้นำกระแส K-Pop จากเกาหลี ก็ไม่พลาดที่จะเกาะติดกระแสโลกร้อนหรือโกลบอล วอร์มมิ่งด้วย โดยเฉพาะแบรนด์  Ecoparty Mearry โดดเด่นกับการนำเสื้อผ้าเก่าที่หลายคนพับเก็บเงียบในตู้เสื้อผ้าให้มาเฉิดฉายด้วยการเติมแต่งไอเดียเข้าไป กลายเป็นสินค้าแฟชั่นชิ้นใหม่ที่ทั้งสวยงาม  น่าใช้งานและเป็นมิตรต่อโลก

"ไมค์ วู"  กูรูด้านแฟชั่นจากสิงคโปร์  เสริมว่า  ตลาดแฟชั่นในเอเชียมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  คนเอเชียดูแลตัวเองมากขึ้น  แต่งตัวเด็กลง  โดยเฉพาะคนสิงคโปร์เริ่มหันมาพูดถึงสินค้าสีเขียวมากขึ้น คนในแวดวงแฟชั่นจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม  และมีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

อีกหนึ่งกระแสที่  เขา  จุดประกายขึ้นคือ "East meet East" หรือกระแสโลกตะวันออกเจอโลกตะวันออก

"หลายปีที่ผ่านมา สินค้าแฟชั่นที่มาจากมันสมองของคนเอเชียมีผลงานมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นแฟชั่นที่ได้ไอเดียมาจากโลกเอเชียด้วยกันเอง" 

สำหรับแฟชั่นในประเทศไทยได้มีการผสมผสานระหว่างโมเดิร์นผสมกลิ่นอายเอเชีย หนึ่งในหลายแบรนด์ที่น่าจับตา เช่น  Disaya ที่ตอนนี้พัฒนาสินค้าออกจำหน่ายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก  รวมถึงมีสตรีทแวร์ที่เข้มแข็งอย่าง สยาม สแควร์ และตลาดนัดจตุจักร 

ทั้งสองแห่ง คือความเข้มแข็งของวัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นในประเทศไทย

วัฒนธรรมที่เข้มแข็งของเอเชีย  และกระแสโลกร้อน ส่งผลอย่างยิ่งต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแถบเอเชีย รวมถึงการออกแบบแฟชั่นของเหล่าดีไซเนอร์ที่พร้อมใจกันหมุนตามกระแสโลกที่เปลี่ยนไป    

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.