แต่ถูกวางแผนและออกแบบมาอย่างดี โดยมีกลไกในโลกแฟชั่นเป็นตัวกำกับ
"ผู้ซื้อ" หรือ "ผู้บริโภค" อย่างเรา ๆ จึงเป็นเพียงส่วนปลายที่อาจจะแทบไม่เคยได้มีสิทธิมีเสียงอะไรนอกจากเป็น "ผู้ตาม"
ว่าแต่สูตรสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา อาจจะกำลังใช้การไม่ได้ในโลกยุคใหม่ เมื่อผู้บริโภคอาจจะไม่ได้พึงพอใจในสิ่งเดิม ๆ เช่นที่เคยเป็น ในระยะหลังจะเห็นได้ว่า นอกจากสินค้าและบริการพยายามที่จะ tailor made สินค้าและบริการให้เข้ากับ ผู้บริโภคมากที่สุด การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลิตภัณฑ์ทั้งที่เป็นสินค้าและบริการที่กำลังกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น
ไม่ใช่แค่เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่ในโลกการสื่อสารยุคใหม่ ทำให้โอกาสได้รู้ได้เห็นอะไร ๆ มีมาก ทำให้ความชอบและความเชื่อของคนกระจัดกระจายไม่ถูกขีดกรอบจากที่แค่ถูกกระแสหลักกำหนดเท่านั้น
มีคนเปรียบเทียบให้เห็นว่า ในโลกหลายสิบปีก่อน คนที่กำหนดโลกมีอยู่แค่ไม่กี่คน และอาจจะสื่อสารสิ่งเหล่านั้นผ่านตำรา แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปเข้าสู่โลกในยุคแบนราบผ่านการสื่อสารในโลกออนไลน์ สิ่งละอัน พันละน้อยที่เกิดขึ้นในมุมเล็ก ๆ ทั่วโลก ต่างกลายมาเป็นทางเลือก อาจจะไม่ใช่ต้องเป็นใครก็ได้ ถ้าความคิดนั้นดีและโดนก็ได้รับการยอมรับ และทำให้ความคิด ความเชื่อ และความชอบที่มีต่อเรื่องต่าง ๆ กระจัดกระจาย
ไม่เว้นกระทั่งในโลกแฟชั่น !
ที่ทำให้เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ที่มีทุนรอนไม่มากนัก ได้แจ้งเกิด อิริกและซูซานเจ้าของแบรนด์ "ModCloth" ก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาเริ่มต้นทำธุรกิจเสื้อผ้าทางเลือกที่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์อยู่ที่แบบเสื้อผ้าแฟชั่นย้อนยุค โดยธุรกิจของ ทั้งคู่เริ่มต้นที่หอพักสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็น นักศึกษามหาวิทยาลัย และยังเป็นแฟนกัน กระทั่งตอนนี้ทั้ง 2 คนเรียนจบและกลายมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและหุ้นส่วนชีวิตกันเมื่อไม่นานมานี้กิจการของพวกเขาค่อย ๆ เติบโตและประสบความสำเร็จไม่ใช่เพราะแค่จับอารมณ์ผู้บริโภคและมองหาช่องว่างทางการตลาดที่เหลืออยู่ แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็พยายามแสวงหากลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการที่จะมัดใจลูกค้า โดยมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมจาก "ลูกค้า" ที่ไม่ใช่แค่สำรวจพฤติกรรมและความชอบเท่านั้น แต่สิ่งที่พวกเขาทำถือเป็นการสร้างนวัตกรรมทางการตลาดแบบใหม่ ๆ โดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ เป็นช่องทางในการทำตลาด ซึ่งทั้งราคาถูกและเข้าถึงผู้บริโภคได้จริง
เช่นเดียวกับโปรเจ็กต์ใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อ ModCloth เปิดตัวโปรเจ็กต์ที่ใช้ชื่อว่า Be the Buyer โดยตัดสินใจที่จะให้ "ผู้บริโภค" หรือ "ลูกค้า" ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ โดยแฟน ๆ ของแบรนด์นี้สามารถเข้าไปโหวตผ่านช่องทางตั้งแต่เว็บไซต์และเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเจ้าของแบรนด์จะเอาเสื้อผ้าและเครื่องประดับต้นแบบกว่า 61 แบบไปโพสต์ไว้ให้เลือก เมื่อแบบใดมีผู้โหวตมากที่สุด ในลำดับแรก ๆ เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับนั้น ๆ ก็จะถูกผลิตขึ้นมาเป็นสินค้าที่จะออกวางจำหน่ายจริงในคอลเล็กชั่นต่อไป
เจ้าของไอเดียนี้อธิบายว่า "บางครั้งอาจจะมีดีไซน์ที่เราคิดว่ามันสมบูรณ์และจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และลำพังเพียงดีไซเนอร์คนเดียวก็สามารถที่จะตัดสินใจและส่งมันเข้าสู่กระบวนการผลิตออกมาเป็นสินค้า ถ้าพวกเราทำสินค้าจำนวนมาก ๆ แต่สำหรับบริษัทขนาดเล็ก ๆ แล้วมันเป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะทำให้มีสินค้าเหลือคงคลังเป็นจำนวนมาก โดยไม่รู้ว่าผู้คนจะชอบดีไซน์นั้นแค่ไหนถ้าเราทำ"
โปรเจ็กต์นี้จึงเท่ากับเป็นการบริหารความเสี่ยงให้กับธุรกิจ และยังสร้างความผูกพันให้กับลูกค้าและแบรนด์อย่างเหนียวแน่น นั่นเพราะลูกค้ากลายมามีส่วนสำคัญในการกำหนดเกมนี้โดยไม่ใช่เป็น แค่เพียงผู้เล่นในเกมที่กำหนดโดยคนอื่น ๆ เช่นที่ผ่าน ๆ มา














You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.