พาณิชย์เผยส่งออกม.ค.โต 30% ต่อเนื่องเดือนที่18

22 Feb 10 ,  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
  • 0

พาณิชย์เผยตัวเลขส่งออกเดือนม.ค.โต 30% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 นับจากม.ค.51 แต่หวั่นฟองสบู่จีน ยุโรป และการเมืองไทยกระทบส่งออก

การส่งออกสินค้าสำคัญเพิ่มขึ้นทุกหมวดเป็นเดือนที่ 3 โดยเฉพาะสินค้าสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 46.2% อาทิ ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังน้ำตาล และอาหาร ขณะที่สินค้าอุตสากรรมสำคัญเพิ่มขึ้น 27.8% อาทิ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อัญมณีและเครืองประดับ (ไม่รวมทองคำ) สิ่งทอ เม็ดและผลิตภัณฑ์ตลาดส่งออหลักและตลาดใหม่เติบโตสูงมาก คือ อินเดีย ขยายตัว 141.7%  ไต้หวัน ขยายตัว 96% จีน ขยายตัว 94.2% และอินโดนีเซีย ขยายตัว 94%

ทั้งนี้ มาจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ สถาบันต่างๆ จึงปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ อาทิกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับการคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษบกิจโลกปี 2553 เป็น 3.9% จากคาดการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ที่เดิมอยู่ที่ 3.1% ขณะที่ธนาคารโลกก็ปรับการคาดการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2%

รวมไปถึงความต้องการสินค้าเกษตรของโลกคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก จึงส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาคการเกษตร ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้ราคาสินค้าเกษตร อาทิ น้ำตาล มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าว มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน แม้ไทยจะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากสินค้าราคาถูกจากเวียดนาม หลังจากมีการลดค่าเงินบาท แต่ก็ยังส่งผลในด้านบวกให้กับสินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุนที่นำเข้าจากไทย

นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ดีของการขยายตัวด้านการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพราะมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคการผลิต และการส่งออกของไทย ขณะที่ไทยกำลังได้รับประโยชน์จากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน อินเดีย และอาเซียน  ทำให้การส่งออก ขยายตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบจากมาตรการที่จีนลดความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและฟองสบู่ จึงส่งผลทำให้เศรษฐกิจจีน ชะลอความร้อนแรงลง รวมถึงวิกฤติหนี้ของประเทศกรีซ ที่แม้จะมีสัดส่วนการส่งออกน้อย แต่หากประเทศในแถบยุโรป หันมาเคร่งครัดในด้านนโยบายการคลังกับทุกประเทศ อาจจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศในแถบยุโรป

ขณะที่ความเสี่ยงด้านอื่น อาทิ การขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง และสถานการณ์การณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และค่อนข้างเปราะบาง แนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น