อย่างไรก็ตาม อาจมีคำถามว่า ถ้าเช่นนั้นเครื่องแต่งกายแบบลำลองที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้เป็นชุดทำงาน
ได้ควรต้องมีลักษณะเช่นไร? การแต่งกาย "ตามสบาย" มาทำงานควรมีขอบเขตแห่งความสบายหรือไม่?
อย่างไร? ความพอเหมาะพอดีแห่งลักษณะที่ว่า "ตามสบาย" หรือขีดจำกัดแห่งความ "ลำลอง" ควรมีหรือ
ไม่? อยู่ที่ไหน? และจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดสำหรับแต่ละเอกัตบุคคล?
แน่นอนครับ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้คงต้องมีขีดจำกัดและความพอเหมาะพอดีจึงจะดูดีและเกิดผล การแต่ง
กายแบบสบายๆ ในลักษณะลำลองมีความหมายว่า เราสามารถใส่เสื้อผ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นโลกแห่งความ
เป็นจริงมากกว่าและชัดเจนกว่า โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ชุดทำงานในโลกแห่งธุรกิจที่มีความเป็นทางการ
และมีรูปแบบหรือแบบแผนที่ตายตัวเท่านั้น แทนที่เราจำเป็นต้องพอกพันกายด้วยชุดสูทผ้าขนสัตว์ wool ใน
วันที่มีอากาศร้อนที่สุดของปี หรือต้องกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวทุกเม็ด รวมทั้งเม็ดบนสุดที่คอหอย พร้อม
ทั้งผูกเนกไท ขณะที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาคอยดูแลและประสานงานกับกลุ่มคนงานก่อสร้างอยู่กลางแสงแดดที่
ร้อนเปรี้ยงตอนเที่ยงวัน
เครื่องแต่งกายแบบลำลองเป็นทางออกที่เปิดโอกาสให้เราสามารถสวมใส่ชุดทำงานที่มีส่วนเกื้อ
หนุนอนุเคราะห์ให้การทำงานสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องทำงานด้วยความทรมาน นอกจากในเรื่องเกี่ยวกับ
ความสะดวกของการทำงาน การแต่งกายด้วยชุดทำงานแบบสบายๆ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คุณสุภาพบุรุษ
ได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นอีกบ้างเล็กน้อยในทางธุรกิจการงาน การที่เราสามารถแสดงออกซึ่งความเป็นตัว
ของเราเองอย่างสบายๆ โดยไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ มาบังคับ เราย่อมรู้สึกสบายใจ ความเป็นตัวตนของเราที่
แสดงออกก็ย่อมจักต้องชัดเจนมากขึ้นด้วย การนำเอาสำนึก หรือ sense แห่งสไตล์ของเราเองมาใช้ให้เป็น
ประโยชน์แก่การทำงานก็จะชัดเจนมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อ
งาน sense แห่งสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเราเองก็จะปรากฏในงานที่เราทำชัดเจนยิ่งขึ้นเช่นเดียวกันกับที่ปรากฏ
ในรูปลักษณ์ของเรา
ทว่าผลดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอัตราส่วนหรือสัดส่วนที่เหมาะสม มีความเหมาะควรภาย
ในข้อจำกัดบางประการ จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องแต่งกายสำหรับการทำงานมี
หลักฐาน แสดงให้เห็นว่าชุดทำงานที่สะดวกสบายแบบลำลองสามารถช่วยให้พนักงานทำงานแล้วเสร็จใน
ปริมาณที่มากกว่า และรู้สึกดี ผ่อนคลาย มีความสุขมากกว่าในขณะที่เขาทำงานเหล่านั้นด้วย
แน่นอนครับคุณสุภาพบุรุษ การแต่งกายในสไตล์แบบลำลองที่หลากหลายย่อมมีขีดจำกัดในระดับต่างๆ ตาม
ความเหมาะสม ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำเรียกว่า degrees of casual dressing styles ตัวอย่างเช่น การแต่ง
กายแบบลำลองที่เป็นจารีตนิยม casual traditional คือเสื้อยืดโปโลเชิ้ต และกางเกงผ้าลายสองสีกากี หรือ
ชุดลำลองกึ่งทางการแบบจารีตนิยม dress (formal) casual traditional คือ เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผ้า oxford มี
กระดุมปลายปก และกางเกงผ้าลายสองสีกากี หรือลักษณะที่ 3 ลำลองแบบไม่เป็นทางการในแนวร่วมสมัย
casual (informal) contemporary คือ กางเกงเดนิมยีนส์ และเสื้อเชิ้ต หรือลักษณะที่ 4 ชุดลำลองแบบร่วม
สมัย dress casual contemporary คือ กางเกง slacks สีดำ และเสื้อเชิ้ตสีดำ ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมเป็น
อย่างยิ่งในกลุ่มนักแสดงและสุภาพบุรุษหนุ่มน้อยวัยรุ่นจำนวนมาก
ตัวอย่างการแต่งกายแบบลำลองสบายๆ ที่ยกมากล่าวประกอบคำอธิบายเหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ลักษณะ ซึ่งยัง
ไม่ครบถ้วนในรายละเอียดทั้งหมดเสียทีเดียวนะครับ ตัวอย่างเหล่านี้เป็นแต่เพียงลักษณะหลักใหญ่ๆ ของ
การแต่งกายแบบลำลองเท่านั้น และเป็นแบบแผนการแต่งกายแบบลำลองที่อาจสามารถประยุกต์ใช้ได้
สำหรับเป็นชุดทำงานของเราได้อย่างเหมาะสม
โอกาสหน้าเราจะมาคุยกันถึงความพอเหมาะพอดี หรือเกณฑ์พิจารณาในเรื่องขีดจำกัดแห่งความ "ตาม
สบาย" ในการแต่งกายมาทำงาน "ลำลอง" หรือ "ตามสบาย" อย่างไรที่ดูว่ามากเกินไป "ตามสบาย" อย่างไร
ที่ดูว่ามากจนเลยเถิดกลายเป็นความไม่เหมาะและไม่สมควรจนไม่น่านำมาใช้แต่งกายเป็นชุดทำงาน













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.