{gallery}PhotoGallery/GreatOfAsean2009{/gallery}
เปิดฉากอย่างอลังการพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ด้วยแฟชั่นโชว์ชุด The Great of ASEAN ซึ่งสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้นำเสนอสีสันและการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นในวัฒนธรรมของตนบนเวทีแคทวอล์ก ด้วยแรงบันดาลใจจากเหล่าท็อปเท็นดีไซเนอร์ของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน ดังเช่น บรูไน นำเสนอแฟชั่นเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันของป่าดิบชื้น ในรูปแบบเทรดดิชันนอลซึ่งประยุกต์ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยใช้ผ้าไหมและวูลซึ่งผลิตขึ้นด้วยคุณลักษณะพิเศษของบรูไน ประกอบกับงานแฮนด์เมดปักลวดลายประดับลงบนผืนผ้า
กัมพูชา นำเสนอชุดกลางคืนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของนางอัปสราบนกำแพงนครวัด โดยให้ชื่อชุดการแสดงแฟชั่นในครั้งนี้ว่า ราชินีอังกอร์ ผลิตจากผ้าไหมพื้นถิ่นของกัมพูชา ตกแต่งลวดลายด้วยแฮนด์เมด เหมาะเป็นชุดที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงที่ดูสง่างามซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกัมพูชาได้เป็นอย่างดี ส่วนอินโดนีเซีย ใช้วัสดุหลักเป็นผ้าบาติก สะท้อนวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และออกแบบเสื้อผ้าให้ดูทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงในยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับลาวที่สะท้อนความงามอันเรียบง่าย ใสซื่อและจริงใจ ลงบนผืนผ้าไหม และถักทอลวดลายด้วยดิ้นเงินและทอง อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะบนพื้นผ้าของลาว
มาเลเซีย นำแรงบันดาลใจจากดอกไม้สีสันสวยงามมาสะท้อนความเป็นผู้หญิง ออกแบบเป็นชุดกรุยกราย พลิ้วไหวด้วยเนื้อผ้าไหมชีฟอง และนำสีแดงอันเป็นสีที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงมั่นใจและสง่างามมาร่วมแสดง ส่วนฟิลิปปินส์ ได้ประยุกต์เสื้อผ้าในแบบโอกูตูร์ให้ดูเรียบหรูขึ้น ผสมผสานความเป็นเสื้อผ้าในแบบเรดี้ทูแวร์ โดยใช้โครงสีขาวเป็นหลัก ทำให้ผ้าใยสัปปะรดอันเป็นผ้าพื้นถิ่นของฟิลิปปินส์ดูสง่างามและทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงยุคนี้ ตรงกันข้ามกับสิงคโปร์ที่ใช้โครงสีดำมาแสดงแฟชั่นเสื้อผ้าในครั้งนี้ โดยได้แรงบันดาลใจจากการเล่นเฉดสีของเงา และการไล่สีการ์เดนท์ (Gardent) เป็นสีดำหลากหลายโทน สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เข้มแข็ง
แฟชั่นเสื้อผ้าของไทย เป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบชั้นแนวหน้า โดย คุณไข่ - สมชาย แก้วทอง นำผ้าไหมแก้วพิมพ์ลายพิเศษมาออกแบเป็นชุดพลิ้วไหว สะท้อนความเป็นแฟมินีนที่ดูหรูในความเรียบ แต่สำหรับโชว์นี้คุณไข่ก็ยังไม่ลืมเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ด้วยชุดเดรสปักลูกไม้และเลื่อมทั้งตัว ดูสวยงามยิ่ง ส่วนเวียดนาม นำเสนอคอลเล็คชั่นในโครงสีดำกับขาว โดยใช้ผ้าคัตตอน ไหม และลินิน ออกแบบเป็นชุดเสื้อผ้าที่ทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ ซึ่งยังคงมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมของประเทศนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพม่าที่นำความสวยงามอันวิจิตรตระการตาอันเป็นเอกลักษณ์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบชุด โดยใช้ผ้าไหมและชีฟอง สร้างสรรค์เป็นเทรดดิชันนอลเดรสได้อย่างสวยงาม
อีกหนึ่งโปรเจคท์ของกรมส่งเสริมการส่งออกที่ได้รับการพัฒนาในเรื่องของการดีไซน์ และการผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดเวิร์คชอปจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านแฟชั่นและเครื่องหนัง 3 ท่าน ได้แก่ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อโณทัย ชลชาติภิญโญ ที่มาช่วยพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้ระดับมาตรฐานสากล และเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการแต่ละแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ตลาดโลก โดย BIL SHOW ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนของแบรนด์เครื่องหนังทั้งกระเป๋า และรองเท้ารวม 6 แบรนด์ด้วยกัน
กัมพูชา นำเสนอชุดกลางคืนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของนางอัปสราบนกำแพงนครวัด โดยให้ชื่อชุดการแสดงแฟชั่นในครั้งนี้ว่า ราชินีอังกอร์ ผลิตจากผ้าไหมพื้นถิ่นของกัมพูชา ตกแต่งลวดลายด้วยแฮนด์เมด เหมาะเป็นชุดที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงที่ดูสง่างามซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกัมพูชาได้เป็นอย่างดี ส่วนอินโดนีเซีย ใช้วัสดุหลักเป็นผ้าบาติก สะท้อนวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และออกแบบเสื้อผ้าให้ดูทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงในยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับลาวที่สะท้อนความงามอันเรียบง่าย ใสซื่อและจริงใจ ลงบนผืนผ้าไหม และถักทอลวดลายด้วยดิ้นเงินและทอง อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะบนพื้นผ้าของลาว
มาเลเซีย นำแรงบันดาลใจจากดอกไม้สีสันสวยงามมาสะท้อนความเป็นผู้หญิง ออกแบบเป็นชุดกรุยกราย พลิ้วไหวด้วยเนื้อผ้าไหมชีฟอง และนำสีแดงอันเป็นสีที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงมั่นใจและสง่างามมาร่วมแสดง ส่วนฟิลิปปินส์ ได้ประยุกต์เสื้อผ้าในแบบโอกูตูร์ให้ดูเรียบหรูขึ้น ผสมผสานความเป็นเสื้อผ้าในแบบเรดี้ทูแวร์ โดยใช้โครงสีขาวเป็นหลัก ทำให้ผ้าใยสัปปะรดอันเป็นผ้าพื้นถิ่นของฟิลิปปินส์ดูสง่างามและทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงยุคนี้ ตรงกันข้ามกับสิงคโปร์ที่ใช้โครงสีดำมาแสดงแฟชั่นเสื้อผ้าในครั้งนี้ โดยได้แรงบันดาลใจจากการเล่นเฉดสีของเงา และการไล่สีการ์เดนท์ (Gardent) เป็นสีดำหลากหลายโทน สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เข้มแข็ง
แฟชั่นเสื้อผ้าของไทย เป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบชั้นแนวหน้า โดย คุณไข่ - สมชาย แก้วทอง นำผ้าไหมแก้วพิมพ์ลายพิเศษมาออกแบเป็นชุดพลิ้วไหว สะท้อนความเป็นแฟมินีนที่ดูหรูในความเรียบ แต่สำหรับโชว์นี้คุณไข่ก็ยังไม่ลืมเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ด้วยชุดเดรสปักลูกไม้และเลื่อมทั้งตัว ดูสวยงามยิ่ง ส่วนเวียดนาม นำเสนอคอลเล็คชั่นในโครงสีดำกับขาว โดยใช้ผ้าคัตตอน ไหม และลินิน ออกแบบเป็นชุดเสื้อผ้าที่ทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ ซึ่งยังคงมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมของประเทศนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพม่าที่นำความสวยงามอันวิจิตรตระการตาอันเป็นเอกลักษณ์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบชุด โดยใช้ผ้าไหมและชีฟอง สร้างสรรค์เป็นเทรดดิชันนอลเดรสได้อย่างสวยงาม
อีกหนึ่งโปรเจคท์ของกรมส่งเสริมการส่งออกที่ได้รับการพัฒนาในเรื่องของการดีไซน์ และการผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดเวิร์คชอปจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านแฟชั่นและเครื่องหนัง 3 ท่าน ได้แก่ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อโณทัย ชลชาติภิญโญ ที่มาช่วยพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้ระดับมาตรฐานสากล และเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการแต่ละแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ตลาดโลก โดย BIL SHOW ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนของแบรนด์เครื่องหนังทั้งกระเป๋า และรองเท้ารวม 6 แบรนด์ด้วยกัน













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.